โบท็อกซ์ คือหัตถการยอดนิยมที่ช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้า เช่น รอยย่นหน้าผาก หางตา รวมถึงปรับรูปหน้าให้เรียวกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ เห็นผลรวดเร็ว และไม่ต้องผ่าตัด หากกำลังมองหาคลินิกฉีดโบท็อกซ์ The Neat Clinic by Dr.Shin พร้อมดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง มั่นใจได้ทั้งผลลัพธ์และความปลอดภัย
1. Botox คืออะไร?

Botox หรือ Botulinum Toxin เป็นสารสกัดจากแบคทีเรีย Clostridium botulinum มีคุณสมบัติในการยับยั้งการส่งสัญญาณระหว่างปลายประสาทและกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด Botox เกิดการคลายตัว สำหรับริ้วรอยบนใบหน้านั้น เกิดจากการที่กล้ามเนื้อใบหน้ามีการหดตัวอยู่เดิม แล้วเกิดเป็นริ้วรอยขึ้น ดังนั้น Botox จึงถูกนำมาใช้เพื่อการลดริ้วรอยต่างๆ นอกจากนี้ยังสามารถฉีดเพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อกราม ลดเหงื่อบริเวณรักแร้/ ฝ่ามือ/ ฝ่าเท้า และใช้ในการรักษาอาการอื่นๆ เช่น ไมเกรน หรือตากระตุก ด้วยหลักการทำงานของ Botox ที่คล้ายคลึงกันอีกด้วย
2. Botox ออกฤทธิ์อย่างไร?

เมื่อ Botox ถูกฉีดเข้าไปในบริเวณกล้ามเนื้อ สาร Botulinum Toxin จะทำหน้าที่ในการยับยั้งการปล่อยสารสื่อประสาทที่เรียกว่า Acetylcholine ที่ทำให้กล้ามเนื้อหดตัว ผลลัพธ์คือกล้ามเนื้อจะผ่อนคลาย และไม่เกิดการหดตัว ส่งผลให้ริ้วรอยที่เกิดจากการขยับของกล้ามเนื้อ ลดลงหรือหายไป โดยปกติผลลัพธ์จะเห็นได้ชัดในระยะเวลาประมาณ 7-14 วันหลังการฉีด
3. Botox ช่วยอะไรบ้าง?

Botox ถูกใช้เพื่อการรักษาริ้วรอยบนใบหน้าเป็นหลัก โดยเฉพาะริ้วรอยที่เกิดจากการขยับของกล้ามเนื้อ เช่น รอยย่นที่หน้าผาก รอยย่นระหว่างคิ้ว และรอยตีนกา นอกจากนี้ยังมีการใช้ Botox ในการลดขนาดกราม เพื่อให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น โดย Botox จะออกฤทธิ์ที่กล้ามเนื้อกรามทำให้กล้ามเนื้อเล็กลง ซึ่งผลลัพธ์นี้จะเห็นชัดเจนใน 4-6 สัปดาห์หลังการฉีด
4. Botox ฉีดตรงไหนได้บ้าง? ปกติใช้กี่ยูนิต?

Botox สามารถฉีดได้หลายตำแหน่งบนใบหน้าและร่างกาย ขึ้นอยู่กับปัญหาที่ต้องการแก้ไข จำนวนยูนิตที่ใช้จริงอาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปแนะนำจำนวนยูนิต ดังนี้
- หน้าผาก (Forehead Lines): 10-15 ยูนิต
- รอยย่นระหว่างคิ้ว (Glabellar lines): 8-12 ยูนิต
- รอยตีนกา (Crow's feet): 6-12 ยูนิต (ต่อ 1 ข้าง)
- รอยย่นจมูก (Bunny lines): 2-4 ยูนิต
- รอยผิวส้มที่คาง (...): 6-8 ยูนิต
- ลดขนาดกราม (Jaw slimming): 20-40 ยูนิต (ต่อ 1 ข้าง)
- ยกมุมปาก (Lip flip): 2-6 ยูนิต
- ริ้วรอยรอบริมฝีปาก (Perioral lines): 4-8 ยูนิต
- ยกคิ้ว (Brow lift): 4-6 ยูนิต (ต่อ 1 ข้าง)
- ลดเหงื่อบริเวณรักแร้ (Underarms Hyperhidrosis): 50 ยูนิต (ต่อ 1 ข้าง)
- ลดเหงื่อที่ฝ่ามือ (Palmar Hyperhidrosis): 50-100 ยูนิต (ต่อ 1 ข้าง)
- ลดเหงื่อที่ฝ่าเท้า (Plantar Hyperhidrosis): 100-150 ยูนิต (ต่อ 1 ข้าง)
- ลำคอ (Neck bands): 25-50 ยูนิต
5. ฉีดโบท็อกซ์กี่วันเห็นผล?

เริ่มเห็นผลลัพธ์ของการฉีด Botox: ประมาณ 3-7 วัน หลังการฉีด
เห็นผลชัดเจนมากขึ้น: 1-2 สัปดาห์ หลังการฉีด
ผลลัพธ์เข้าที่อย่างสมบูรณ์: 3-4 สัปดาห์ หลังการฉีด
ผลลัพธ์คงอยู่ได้นาน 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อของ Botox ที่ใช้และการดูแลหลังการฉีด
6. โบท็อกซ์อยู่ได้นานแค่ไหน? ควรฉีดโบท็อกซ์ปีละกี่ครั้ง?

ผลลัพธ์ของ Botox สามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน หลังจากนั้นกล้ามเนื้อจะกลับมาทำงานได้ตามปกติ ทำให้ริ้วรอยกลับมาอีกครั้ง โดยริ้วรอยที่กลับมา จะไม่ได้มากกว่าเดิมเมื่อเทียบกับก่อนการฉีด หากต้องการรักษาผลลัพธ์ให้คงอยู่ แนะนำให้ฉีด Botox อย่างต่อเนื่อง ปกติสามารถฉีด Botox ได้ทุก 4-6 เดือน หรือจะรอระยะเวลาที่นานกว่านี้ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปมักจะฉีด Botox ประมาณปีละ 2 ครั้ง
7. ฉีดโบท็อกซ์มีผลข้างเคียงไหม?

แม้ว่าการฉีด Botox จะเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูง แต่ก็อาจเกิดผลข้างเคียงขึ้นได้ ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้ตามปกติ หรือเกิดจากการฉีดไม่ตรงตำแหน่ง หรือฉีดในปริมาณมากเกินไป ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น
- รอยช้ำและบวมบริเวณที่ฉีด (พบได้ 10-20%)
- ปวดตึงบริเวณศีรษะ (พบได้ 5-10%)
- หนังตาตก (พบได้ 1-5%)
- คิ้วตก/ ระดับคิ้ว 2 ข้างไม่เท่ากัน (พบได้ 1-3%)
- ยิ้มมุมปาก 2 ข้างไม่เท่ากัน (พบน้อยกว่า 1%)
- อาการแพ้ เช่น ผื่นคัน (พบน้อยกว่า 1%)
8. หลังฉีด Botox ห้ามทําอะไรบ้าง?

หลังการฉีด Botox มีข้อควรปฏิบัติและข้อห้ามที่สำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงต่างๆ ดังนี้
- ห้ามนอนราบหรือก้มศีรษะต่ำ อย่างน้อย 4-6 ชั่วโมงหลังการฉีด
- ห้ามออกกำลังกายหนักในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
- ห้ามกด หรือนวดบริเวณที่ฉีด อย่างน้อย 24 ชั่วโมง
- ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 24 ชั่วโมง
- หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์ หรือหัตถการอื่นๆ บริเวณใบหน้าภายใน 1 สัปดาห์หลังการฉีด Botox
9. Botox ยี่ห้อไหนดี? ยี่ห้อไหนอยู่ได้นาน?
การเลือกยี่ห้อของ Botox ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น การตอบสนองต่อตัวยา ความคุ้มราคา และความคงทนของผลลัพธ์ ยี่ห้อ Botox ที่นิยมใช้ เช่น Botox (Allergan), Xeomin, Nabota เป็นต้น

9.1 Botox (Allergan)
1) Botox® (Allergan)
- ประเทศผู้ผลิต: Allergan Aesthetics (บริษัทในเครือ AbbVie) ประเทศสหรัฐอเมริกา
- จุดเด่น: เป็นโบท็อกแบรนด์แรกในตลาด มีประสิทธิภาพสูง เป็นที่นิยมในคลินิกเสริมความงามทั่วโลก
- ระยะเวลาของผลลัพธ์: 4-6 เดือน*
9.2 Xeomin
- ประเทศผู้ผลิต: Merz Pharmaceuticals ประเทศเยอรมนี
- จุดเด่น: มีความบริสุทธิ์สูงที่สุดในปัจจุบัน ลดความเสี่ยงต่อการแพ้และการดื้อยาเมื่อใช้ในระยะยาว
- ระยะเวลาของผลลัพธ์: ประมาณ 4 เดือน*
9.3 Dysport
- ประเทศผู้ผลิต: Ipsen Biopharmaceuticals ประเทศฝรั่งเศส
- จุดเด่น: เห็นผลเร็ว (ภายใน 2-3 วันหลังการฉีด) มีการกระจายตัวของยาที่กว้างกว่าโบท็อกแบรนด์อื่น จึงเหมาะกับการรักษาพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น หน้าผาก
- ระยะเวลาของผลลัพธ์: ประมาณ 4 เดือน*

9.4 Nabota
- ประเทศผู้ผลิต: Daewoong Pharmaceutical ประเทศเกาหลีใต้
- จุดเด่น: ได้รับการรับรองจาก FDA ในสหรัฐอเมริกา มีราคาย่อมเยา และเป็นที่นิยมในเอเชีย
- ระยะเวลาของผลลัพธ์: ประมาณ 4 เดือน*
9.5 Neuronox
- ประเทศผู้ผลิต: Daewoong Pharmaceutical ประเทศเกาหลีใต้
- จุดเด่น: ได้รับการรับรองจาก FDA ในสหรัฐอเมริกา มีราคาย่อมเยา และเป็นที่นิยมในเอเชีย
- ระยะเวลาของผลลัพธ์: ประมาณ 4 เดือน*
*ระยะเวลาของผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีด การตอบสนองของร่างกายแต่ละบุคคล และการปฏิบัติตัวหลังฉีด
10. วิธีดูโบท๊อกซ์แท้?



..............................
11. Botox ราคาเท่าไหร่?

ราคาของการฉีด Botox ขึ้นอยู่กับยี่ห้อที่ใช้ จำนวนยูนิต และคลินิกที่ฉีด โดยทั่วไป ราคาของ Botox จะอยู่ระหว่าง 8,000 - 25,000 บาทต่อจำนวน 100 ยูนิต (1 ขวดมาตรฐาน)
ที่ The Neat Clinic by Dr.Shin ราคา Botox ดังนี้
Botox® (Allergan) 19,900 / 100 ยูนิต
Xeomin 19,900 / 100 ยูนิต
Dysport 19,900 / 100 ยูนิต
Nabota 10,900 / 100 ยูนิต
12. Botox ริ้วรอยคืออะไร?

Botox ริ้วรอยหมายถึง การฉีด Botox เพื่อลดริ้วรอยบนใบหน้าที่เกิดจากการขยับของกล้ามเนื้อ หรือการแสดงอารมณ์สีหน้าต่างๆ (Dynamic Wrinkles) เช่น รอยย่นหน้าผาก รอยขมวดคิ้ว รอยย่นบริเวณจมูก รอยย่นหางตา การฉีด Botox ริ้วรอยจะช่วยให้กล้ามเนื้อจุดที่ฉีดคลายตัว ทำให้ริ้วรอยดังกล่าวลดลงหรือหายไปชั่วคราว โดยเฉพาะริ้วรอยที่เป็นไม่มากจะยิ่งเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจน
13. ทำไมฉีดโบท็อกแล้วไม่ตึง?

บางครั้งหลังจากการฉีด Botox อาจพบว่าผิวไม่ตึงอย่างที่คาดหวังไว้ หรือไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น
- ปริมาณของ Botox ที่ใช้ไม่เพียงพอ
- ฉีดในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่ตรงกับจุดที่มีปัญหา
- ใช้เทคนิคการฉีดที่ไม่เหมาะสม
- โบท็อกซ์ปลอม หรือไม่ได้มาตรฐาน
- กล้ามเนื้อในจุดที่ฉีดมีความแข็งแรงมาก จน Botox ไม่สามารถทำให้คลายตัวได้เต็มที่
- สภาพผิวเดิมมีปัญหามาก Botox จะช่วยลดริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้า (Dynamic Wrinkles) เท่านั้น แต่ไม่สามารถลดริ้วรอยในชั้นผิว (Static Wrinkles) ที่เกิดขึ้นตอนที่หน้านิ่งๆได้ ทำให้ผลลัพธ์หลังฉีด Botox เห็นไม่ชัดเจน เนื่องจากยังคงมี Static Wrinkles อยู่
- ภาวะดื้อยาโบท็อก อาจเกิดจากการฉีด Botox อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือฉีดในปริมาณที่มากเกินไปมาต่อเนื่องหลายปี หรือใช้ผลิตภัณฑ์ Botox ที่ไม่ได้มาตรฐาน จนร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อต้าน ทำให้ผลของการฉีดลดลง หรือไม่เห็นผล
14. ทำไมฉีดโบท็อกซ์แล้วหนังตาตก?

หนังตาตกเป็นหนึ่งในผลข้างเคียงที่พบได้น้อยมากหลังจากการฉีด Botox มีสาเหตุจากการฉีด Botox ในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง คือฉีดใกล้กับกล้ามเนื้อตาที่ควบคุมการลืมตา (กล้ามเนื้อ Levator Palpebrae Superioris) เมื่อ Botox กระจายเข้าสู่กล้ามเนื้อมัดนี้จะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง ส่งผลให้หนังตาตก ลืมตาไม่ค่อยขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้จะหายไปเองเมื่อ Botox สลายตัว แต่การป้องกันที่ดีที่สุดคือการให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ทำการฉีด และใช้ปริมาณโบท็อกซ์ที่เหมาะสม
15. โบท็อกรูขุมขนดีไหม?

การฉีด Botox เพื่อกระชับรูขุมขนใช้เทคนิคที่เรียกว่า “Microbotox” ซึ่งเป็นการฉีดเฉพาะในชั้นผิวหนังตื้นๆ และใช้ปริมาณโบท็อกซ์ต่อจุด น้อยกว่าการฉีดโบท็อกซ์เพื่อลดริ้วรอย การฉีดโบท็อกรูขุมขนจะช่วยลดการทำงานของต่อมไขมัน ทำให้ความมันบนใบหน้าลดลง รูขุมขนกระชับ และผิวดูเรียบเนียนมากขึ้น แต่ผลลัพธ์นี้มักอยู่ได้ประมาณ 3-4 เดือน ซึ่งไม่นานเท่ากับการฉีด Botox เพื่อลดริ้วรอย และจำเป็นต้องฉีดซ้ำเพื่อรักษาผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง
บทสรุป
การฉีด Botox เป็นหนึ่งในวิธีการรักษาริ้วรอยที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน มีความปลอดภัย และไม่ต้องพักฟื้น อย่างไรก็ตาม การฉีด Botox ควรทำในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน โดยอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และป้องกันผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ ทั้งนี้ การฉีดโบท็อกซ์ยังสามารถใช้ในการรักษาภาวะอื่นๆ เช่น การลดความันบนใบหน้า ลดขนาดรูขุมขน และลดการทำงานของต่อมเหงื่อที่บริเวณรักแร้ ฝ่ามือฝ่าเท้าได้อีกด้วย


