Filler

06/05/2025

โบท็อกซ์ คือหัตถการยอดนิยมที่ช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้า เช่น รอยย่นหน้าผาก หางตา รวมถึงปรับรูปหน้าให้เรียวกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ เห็นผลรวดเร็ว และไม่ต้องผ่าตัด หากกำลังมองหาคลินิกฉีดโบท็อกซ์ The Neat Clinic by Dr.Shin พร้อมดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง มั่นใจได้ทั้งผลลัพธ์และความปลอดภัย

1. Botox คืออะไร?

Botox หรือ Botulinum Toxin เป็นสารสกัดจากแบคทีเรีย Clostridium botulinum มีคุณสมบัติในการยับยั้งการส่งสัญญาณระหว่างปลายประสาทและกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด Botox เกิดการคลายตัว สำหรับริ้วรอยบนใบหน้านั้น เกิดจากการที่กล้ามเนื้อใบหน้ามีการหดตัวอยู่เดิม แล้วเกิดเป็นริ้วรอยขึ้น ดังนั้น Botox จึงถูกนำมาใช้เพื่อการลดริ้วรอยต่างๆ นอกจากนี้ยังสามารถฉีดเพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อกราม ลดเหงื่อบริเวณรักแร้/ ฝ่ามือ/ ฝ่าเท้า และใช้ในการรักษาอาการอื่นๆ เช่น ไมเกรน หรือตากระตุก ด้วยหลักการทำงานของ Botox ที่คล้ายคลึงกันอีกด้วย

2. Botox ออกฤทธิ์อย่างไร?

เมื่อ Botox ถูกฉีดเข้าไปในบริเวณกล้ามเนื้อ สาร Botulinum Toxin จะทำหน้าที่ในการยับยั้งการปล่อยสารสื่อประสาทที่เรียกว่า Acetylcholine ที่ทำให้กล้ามเนื้อหดตัว ผลลัพธ์คือกล้ามเนื้อจะผ่อนคลาย และไม่เกิดการหดตัว ส่งผลให้ริ้วรอยที่เกิดจากการขยับของกล้ามเนื้อ ลดลงหรือหายไป โดยปกติผลลัพธ์จะเห็นได้ชัดในระยะเวลาประมาณ 7-14 วันหลังการฉีด

3. Botox ช่วยอะไรบ้าง?

Botox ถูกใช้เพื่อการรักษาริ้วรอยบนใบหน้าเป็นหลัก โดยเฉพาะริ้วรอยที่เกิดจากการขยับของกล้ามเนื้อ เช่น รอยย่นที่หน้าผาก รอยย่นระหว่างคิ้ว และรอยตีนกา นอกจากนี้ยังมีการใช้ Botox ในการลดขนาดกราม เพื่อให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น โดย Botox จะออกฤทธิ์ที่กล้ามเนื้อกรามทำให้กล้ามเนื้อเล็กลง ซึ่งผลลัพธ์นี้จะเห็นชัดเจนใน 4-6 สัปดาห์หลังการฉีด

4. Botox ฉีดตรงไหนได้บ้าง? ปกติใช้กี่ยูนิต?

Botox สามารถฉีดได้หลายตำแหน่งบนใบหน้าและร่างกาย ขึ้นอยู่กับปัญหาที่ต้องการแก้ไข จำนวนยูนิตที่ใช้จริงอาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปแนะนำจำนวนยูนิต ดังนี้
- หน้าผาก (Forehead Lines): 10-15 ยูนิต
- รอยย่นระหว่างคิ้ว (Glabellar lines): 8-12 ยูนิต
- รอยตีนกา (Crow's feet): 6-12 ยูนิต (ต่อ 1 ข้าง)
- รอยย่นจมูก (Bunny lines): 2-4 ยูนิต
- รอยผิวส้มที่คาง (...): 6-8 ยูนิต
- ลดขนาดกราม (Jaw slimming): 20-40 ยูนิต (ต่อ 1 ข้าง)
- ยกมุมปาก (Lip flip): 2-6 ยูนิต
- ริ้วรอยรอบริมฝีปาก (Perioral lines): 4-8 ยูนิต
- ยกคิ้ว (Brow lift): 4-6 ยูนิต (ต่อ 1 ข้าง)
- ลดเหงื่อบริเวณรักแร้ (Underarms Hyperhidrosis): 50 ยูนิต (ต่อ 1 ข้าง)
- ลดเหงื่อที่ฝ่ามือ (Palmar Hyperhidrosis): 50-100 ยูนิต (ต่อ 1 ข้าง)
- ลดเหงื่อที่ฝ่าเท้า (Plantar Hyperhidrosis): 100-150 ยูนิต (ต่อ 1 ข้าง)
- ลำคอ (Neck bands): 25-50 ยูนิต

5. ฉีดโบท็อกซ์กี่วันเห็นผล?

เริ่มเห็นผลลัพธ์ของการฉีด Botox: ประมาณ 3-7 วัน หลังการฉีด
เห็นผลชัดเจนมากขึ้น: 1-2 สัปดาห์ หลังการฉีด
ผลลัพธ์เข้าที่อย่างสมบูรณ์: 3-4 สัปดาห์ หลังการฉีด
ผลลัพธ์คงอยู่ได้นาน 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อของ Botox ที่ใช้และการดูแลหลังการฉีด

6. โบท็อกซ์อยู่ได้นานแค่ไหน? ควรฉีดโบท็อกซ์ปีละกี่ครั้ง?

ผลลัพธ์ของ Botox สามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน หลังจากนั้นกล้ามเนื้อจะกลับมาทำงานได้ตามปกติ ทำให้ริ้วรอยกลับมาอีกครั้ง โดยริ้วรอยที่กลับมา จะไม่ได้มากกว่าเดิมเมื่อเทียบกับก่อนการฉีด หากต้องการรักษาผลลัพธ์ให้คงอยู่ แนะนำให้ฉีด Botox อย่างต่อเนื่อง ปกติสามารถฉีด Botox ได้ทุก 4-6 เดือน หรือจะรอระยะเวลาที่นานกว่านี้ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปมักจะฉีด Botox ประมาณปีละ 2 ครั้ง

7. ฉีดโบท็อกซ์มีผลข้างเคียงไหม?

แม้ว่าการฉีด Botox จะเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูง แต่ก็อาจเกิดผลข้างเคียงขึ้นได้ ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้ตามปกติ หรือเกิดจากการฉีดไม่ตรงตำแหน่ง หรือฉีดในปริมาณมากเกินไป ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น
- รอยช้ำและบวมบริเวณที่ฉีด (พบได้ 10-20%)
- ปวดตึงบริเวณศีรษะ (พบได้ 5-10%)
- หนังตาตก (พบได้ 1-5%)
- คิ้วตก/ ระดับคิ้ว 2 ข้างไม่เท่ากัน (พบได้ 1-3%)
- ยิ้มมุมปาก 2 ข้างไม่เท่ากัน (พบน้อยกว่า 1%)
- อาการแพ้ เช่น ผื่นคัน (พบน้อยกว่า 1%)

8. หลังฉีด Botox ห้ามทําอะไรบ้าง?

หลังการฉีด Botox มีข้อควรปฏิบัติและข้อห้ามที่สำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงต่างๆ ดังนี้
- ห้ามนอนราบหรือก้มศีรษะต่ำ อย่างน้อย 4-6 ชั่วโมงหลังการฉีด
- ห้ามออกกำลังกายหนักในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
- ห้ามกด หรือนวดบริเวณที่ฉีด อย่างน้อย 24 ชั่วโมง
- ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 24 ชั่วโมง
- หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์ หรือหัตถการอื่นๆ บริเวณใบหน้าภายใน 1 สัปดาห์หลังการฉีด Botox

9. Botox ยี่ห้อไหนดี? ยี่ห้อไหนอยู่ได้นาน?

การเลือกยี่ห้อของ Botox ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น การตอบสนองต่อตัวยา ความคุ้มราคา และความคงทนของผลลัพธ์ ยี่ห้อ Botox ที่นิยมใช้ เช่น Botox (Allergan), Xeomin, Nabota เป็นต้น

9.1 Botox (Allergan)

1) Botox® (Allergan)
- ประเทศผู้ผลิต: Allergan Aesthetics (บริษัทในเครือ AbbVie) ประเทศสหรัฐอเมริกา
- จุดเด่น: เป็นโบท็อกแบรนด์แรกในตลาด มีประสิทธิภาพสูง เป็นที่นิยมในคลินิกเสริมความงามทั่วโลก
- ระยะเวลาของผลลัพธ์: 4-6 เดือน*

9.2 Xeomin

- ประเทศผู้ผลิต: Merz Pharmaceuticals ประเทศเยอรมนี
- จุดเด่น: มีความบริสุทธิ์สูงที่สุดในปัจจุบัน ลดความเสี่ยงต่อการแพ้และการดื้อยาเมื่อใช้ในระยะยาว
- ระยะเวลาของผลลัพธ์: ประมาณ 4 เดือน*

9.3 Dysport

- ประเทศผู้ผลิต: Ipsen Biopharmaceuticals ประเทศฝรั่งเศส
- จุดเด่น: เห็นผลเร็ว (ภายใน 2-3 วันหลังการฉีด) มีการกระจายตัวของยาที่กว้างกว่าโบท็อกแบรนด์อื่น จึงเหมาะกับการรักษาพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น หน้าผาก
- ระยะเวลาของผลลัพธ์: ประมาณ 4 เดือน*

9.4 Nabota

- ประเทศผู้ผลิต: Daewoong Pharmaceutical ประเทศเกาหลีใต้
- จุดเด่น: ได้รับการรับรองจาก FDA ในสหรัฐอเมริกา มีราคาย่อมเยา และเป็นที่นิยมในเอเชีย
- ระยะเวลาของผลลัพธ์: ประมาณ 4 เดือน*

9.5 Neuronox

- ประเทศผู้ผลิต: Daewoong Pharmaceutical ประเทศเกาหลีใต้
- จุดเด่น: ได้รับการรับรองจาก FDA ในสหรัฐอเมริกา มีราคาย่อมเยา และเป็นที่นิยมในเอเชีย
- ระยะเวลาของผลลัพธ์: ประมาณ 4 เดือน*

*ระยะเวลาของผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีด การตอบสนองของร่างกายแต่ละบุคคล และการปฏิบัติตัวหลังฉีด

10. วิธีดูโบท๊อกซ์แท้?

..............................

11. Botox ราคาเท่าไหร่?

ราคาของการฉีด Botox ขึ้นอยู่กับยี่ห้อที่ใช้ จำนวนยูนิต และคลินิกที่ฉีด โดยทั่วไป ราคาของ Botox จะอยู่ระหว่าง 8,000 - 25,000 บาทต่อจำนวน 100 ยูนิต (1 ขวดมาตรฐาน)
ที่ The Neat Clinic by Dr.Shin ราคา Botox ดังนี้
Botox® (Allergan) 19,900 / 100 ยูนิต
Xeomin 19,900 / 100 ยูนิต
Dysport 19,900 / 100 ยูนิต
Nabota 10,900 / 100 ยูนิต

12. Botox ริ้วรอยคืออะไร?

Botox ริ้วรอยหมายถึง การฉีด Botox เพื่อลดริ้วรอยบนใบหน้าที่เกิดจากการขยับของกล้ามเนื้อ หรือการแสดงอารมณ์สีหน้าต่างๆ (Dynamic Wrinkles) เช่น รอยย่นหน้าผาก รอยขมวดคิ้ว รอยย่นบริเวณจมูก รอยย่นหางตา การฉีด Botox ริ้วรอยจะช่วยให้กล้ามเนื้อจุดที่ฉีดคลายตัว ทำให้ริ้วรอยดังกล่าวลดลงหรือหายไปชั่วคราว โดยเฉพาะริ้วรอยที่เป็นไม่มากจะยิ่งเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจน

13. ทำไมฉีดโบท็อกแล้วไม่ตึง?

บางครั้งหลังจากการฉีด Botox อาจพบว่าผิวไม่ตึงอย่างที่คาดหวังไว้ หรือไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น
- ปริมาณของ Botox ที่ใช้ไม่เพียงพอ
- ฉีดในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่ตรงกับจุดที่มีปัญหา
- ใช้เทคนิคการฉีดที่ไม่เหมาะสม
- โบท็อกซ์ปลอม หรือไม่ได้มาตรฐาน
- กล้ามเนื้อในจุดที่ฉีดมีความแข็งแรงมาก จน Botox ไม่สามารถทำให้คลายตัวได้เต็มที่
- สภาพผิวเดิมมีปัญหามาก Botox จะช่วยลดริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้า (Dynamic Wrinkles) เท่านั้น แต่ไม่สามารถลดริ้วรอยในชั้นผิว (Static Wrinkles) ที่เกิดขึ้นตอนที่หน้านิ่งๆได้ ทำให้ผลลัพธ์หลังฉีด Botox เห็นไม่ชัดเจน เนื่องจากยังคงมี Static Wrinkles อยู่
- ภาวะดื้อยาโบท็อก อาจเกิดจากการฉีด Botox อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือฉีดในปริมาณที่มากเกินไปมาต่อเนื่องหลายปี หรือใช้ผลิตภัณฑ์ Botox ที่ไม่ได้มาตรฐาน จนร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อต้าน ทำให้ผลของการฉีดลดลง หรือไม่เห็นผล

14. ทำไมฉีดโบท็อกซ์แล้วหนังตาตก?

หนังตาตกเป็นหนึ่งในผลข้างเคียงที่พบได้น้อยมากหลังจากการฉีด Botox มีสาเหตุจากการฉีด Botox ในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง คือฉีดใกล้กับกล้ามเนื้อตาที่ควบคุมการลืมตา (กล้ามเนื้อ Levator Palpebrae Superioris) เมื่อ Botox กระจายเข้าสู่กล้ามเนื้อมัดนี้จะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง ส่งผลให้หนังตาตก ลืมตาไม่ค่อยขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้จะหายไปเองเมื่อ Botox สลายตัว แต่การป้องกันที่ดีที่สุดคือการให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ทำการฉีด และใช้ปริมาณโบท็อกซ์ที่เหมาะสม

15. โบท็อกรูขุมขนดีไหม?

การฉีด Botox เพื่อกระชับรูขุมขนใช้เทคนิคที่เรียกว่า “Microbotox” ซึ่งเป็นการฉีดเฉพาะในชั้นผิวหนังตื้นๆ และใช้ปริมาณโบท็อกซ์ต่อจุด น้อยกว่าการฉีดโบท็อกซ์เพื่อลดริ้วรอย การฉีดโบท็อกรูขุมขนจะช่วยลดการทำงานของต่อมไขมัน ทำให้ความมันบนใบหน้าลดลง รูขุมขนกระชับ และผิวดูเรียบเนียนมากขึ้น แต่ผลลัพธ์นี้มักอยู่ได้ประมาณ 3-4 เดือน ซึ่งไม่นานเท่ากับการฉีด Botox เพื่อลดริ้วรอย และจำเป็นต้องฉีดซ้ำเพื่อรักษาผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง

บทสรุป

การฉีด Botox เป็นหนึ่งในวิธีการรักษาริ้วรอยที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน มีความปลอดภัย และไม่ต้องพักฟื้น อย่างไรก็ตาม การฉีด Botox ควรทำในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน โดยอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และป้องกันผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ ทั้งนี้ การฉีดโบท็อกซ์ยังสามารถใช้ในการรักษาภาวะอื่นๆ เช่น การลดความันบนใบหน้า ลดขนาดรูขุมขน และลดการทำงานของต่อมเหงื่อที่บริเวณรักแร้ ฝ่ามือฝ่าเท้าได้อีกด้วย

คำถามที่พบบ่อย

ฉีดโบท็อกซ์ เจ็บไหม?


ฉีดโบท็อกซ์ กี่ชั่วโมงนอนได้?


โบท็อกซ์สลายเองได้ไหม?


โบท็อกซ์แบบทา ได้ผลจริงไหม?


โบท็อกซ์ฉีดแล้วตึงเลยไหม?


ฉีดโบท็อกซ์ที่ไหนดี?

There are no posts on the list.