Ultraformer III เป็นเครื่องยกกระชับผิวที่ใช้เทคโนโลยี MMFU (micro & macro focused ultrasound) ส่งพลังงานคลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสเฉพาะจุดลงสู่เนื้อเยื่อตามระดับความลึกของหัวทิป (transducer) เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและช่วยยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด
Ultraformer III สามารถใช้ดูแลผิวหย่อนคล้อยบริเวณใบหน้า ลำคอ และบางบริเวณของลำตัว รวมถึงช่วยลดความนูนของเหนียงจากไขมันสะสมใต้คาง โดยควรให้แพทย์ประเมินสภาพผิว ปริมาณไขมัน และโครงสร้างของบริเวณที่รักษา เพื่อเลือกหัวทิปและระดับพลังงานให้เหมาะสม ทั้งนี้ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
บทความนี้รวบรวมข้อมูล Ultraformer III ตั้งแต่ประโยชน์ จำนวนช็อต ระยะเวลาเห็นผล ราคา และการดูแลหลังทำ พร้อมเปรียบเทียบกับ Ultherapy PRIME และ Thermage FLX เพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจเลือกวิธียกกระชับผิวร่วมกับแพทย์
1. Ultraformer III คืออะไร?

1.1 Ultraformer III คืออะไร?
Ultraformer III เป็นชื่อทางการค้าของเครื่องยกกระชับผิวที่ใช้เทคโนโลยี HIFU (high-intensity focused ultrasound) หรือคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มสูงแบบโฟกัสเฉพาะจุด เพื่อช่วยยกกระชับผิวและปรับรูปหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด ผลิตโดยบริษัท CLASSYS จากประเทศเกาหลีใต้ [1]
1.2 MMFU Technology คืออะไร?
เทคโนโลยีของ Ultraformer III ใช้ระบบ MMFU (micro & macro focused ultrasound) ซึ่งส่งพลังงานคลื่นอัลตราซาวด์ไปยังเนื้อเยื่อเป้าหมายที่ระดับความลึกแตกต่างกันตามหัวทิปที่เลือกใช้ ทำให้สามารถดูแลได้ทั้งชั้นผิว ชั้นไขมันใต้ผิว และชั้นเนื้อเยื่อพยุงผิวในระดับลึก
พลังงานดังกล่าวช่วยกระตุ้นการสร้างและปรับโครงสร้าง คอลลาเจน (collagen) ในชั้นผิว ช่วยให้ผิวค่อยๆ ดูกระชับและเรียบเนียนขึ้น [1] นอกจากนี้ มีงานวิจัยเกี่ยวกับ HIFU พบเส้นใย อีลาสติน (elastin) ในชั้นหนังแท้ส่วนลึกเพิ่มขึ้นหลังทำ [2]
1.3 การยกกระชับชั้น SMAS
Ultraformer III สามารถส่งพลังงานไปยังเนื้อเยื่อในระดับ SMAS (superficial musculoaponeurotic system) ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อพยุงใบหน้าที่ศัลยแพทย์ตกแต่งใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า [1] [3] โดยต้องเลือกหัวทิปให้เหมาะกับกายวิภาคและความหนาของเนื้อเยื่อในแต่ละบริเวณ เพื่อช่วยยกกระชับผิวและปรับกรอบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. หลักการทำงาน Ultraformer III?

Ultraformer III ใช้เทคโนโลยี MMFU (micro & macro focused ultrasound) หรือคลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสเฉพาะจุด ส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวและเนื้อเยื่อใต้ผิวตามระดับความลึกของหัวทิปที่เลือกใช้ เพื่อช่วยยกกระชับผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน [1]
พลังงานที่ปล่อยออกมาจะทำให้เกิด จุดความร้อนขนาดเล็ก (thermal coagulation points) ในเนื้อเยื่อเป้าหมาย โดยเป็นการส่งพลังงานผ่านผิวหนังโดยไม่ต้องเปิดแผลผ่าตัด [3]
ความร้อนเฉพาะจุดนี้ช่วยให้เนื้อเยื่อหดตัว พร้อมกระตุ้นกระบวนการสร้างและปรับโครงสร้าง คอลลาเจน (collagen) ทำให้ผิวค่อยๆ ดูกระชับและเรียบเนียนขึ้น [1] งานวิจัยบางฉบับเกี่ยวกับการใช้ HIFU ยังพบการเพิ่มขึ้นของเส้นใย อีลาสติน (elastin) ในชั้นหนังแท้ส่วนลึกด้วย [2]
นอกจากนี้ Ultraformer III ยังมีหัวทิปที่ออกแบบมาเพื่อส่งพลังงานไปยังชั้นไขมันใต้ผิว โดยมีงานวิจัยในผู้ที่มีไขมันสะสมใต้คางพบว่า การใช้หัวทิปหลายระดับความลึกร่วมกันช่วยลดความนูนและปรับรูปทรงบริเวณใต้คางได้ [4]
ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว Ultraformer III จึงเป็นทางเลือกสำหรับ การยกกระชับผิว ปรับรูปหน้า และช่วยลดความนูนของเหนียง โดยไม่ต้องผ่าตัด ทั้งนี้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับบริเวณที่รักษา การเลือกหัวทิป ระดับพลังงาน และการตอบสนองของแต่ละบุคคล
3. Ultraformer III มีกี่หัว?

Ultraformer III มีหัวทิป 7 ระดับความลึก ได้แก่ 1.5, 2.0, 3.0, 4.5, 6.0, 9.0 และ 13.0 มม. โดยผู้ผลิตแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ micro-focused ultrasound สำหรับยกกระชับผิว และ macro-focused ultrasound สำหรับดูแลไขมันสะสมใต้ผิวและปรับสัดส่วน [1]
1) หัว micro-focused ultrasound
เป็นหัวทิปที่ส่งพลังงานอัลตราซาวด์ให้โฟกัสเป็นจุดขนาดเล็กในเนื้อเยื่อเป้าหมาย เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและยกกระชับผิวตามระดับความลึกที่เลือกใช้ ประกอบด้วยหัว 1.5 มม., 2.0 มม. (Cherry Pink), 3.0 มม. และ 4.5 มม.
- หัว 1.5 มม. และ 2.0 มม.: ใช้ดูแลเนื้อเยื่อในระดับตื้น เพื่อช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ และเพิ่มความเรียบเนียนของผิว รวมถึงบริเวณรอบดวงตา [5]
- หัว 3.0 มม. และ 4.5 มม.: ใช้ดูแลเนื้อเยื่อในระดับที่ลึกขึ้น เพื่อช่วยยกกระชับผิว ลดความหย่อนคล้อย และปรับกรอบหน้าให้ดูชัดเจนมากขึ้น โดยหัว 4.5 มม. มักใช้เพื่อเข้าถึงเนื้อเยื่อระดับ SMAS ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับลักษณะกายวิภาคและความหนาของเนื้อเยื่อในแต่ละบริเวณ [1] [3]
2) หัว macro-focused ultrasound
เป็นหัวทิปที่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ความถี่ต่ำกว่าและมีจุดโฟกัสลึกขึ้น ออกแบบมาเพื่อส่งพลังงานไปยังชั้นไขมันใต้ผิว สำหรับช่วยลดไขมันสะสมเฉพาะจุดและปรับสัดส่วน ประกอบด้วยหัว 6.0 มม., 9.0 มม. และ 13.0 มม.
- หัว 6.0 มม., 9.0 มม. และ 13.0 มม.: ใช้สำหรับบริเวณที่มีไขมันสะสมใต้ผิว เช่น หน้าท้อง ต้นแขน และต้นขา โดยพิจารณาความหนาของชั้นไขมันและโครงสร้างเนื้อเยื่อ เพื่อเลือกความลึกและระดับพลังงานให้เหมาะสมกับบริเวณที่รักษา [1]
4. Ultraformer III ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

4.1 ยกกระชับผิวหน้าและลำคอ
4.2 ลดเหนียงและกระชับสัดส่วน
หัวทิป macro-focused ultrasound ของ Ultraformer III ออกแบบมาเพื่อส่งพลังงานไปยังชั้นไขมันใต้ผิว โดยแพทย์อาจใช้ร่วมกับหัวทิปความลึกอื่นเพื่อช่วยลดความนูนของเหนียง [4] งานวิจัยยังพบว่าความกระชับและความยืดหยุ่นของผิวบริเวณหน้าท้องส่วนล่างและต้นขาดีขึ้นหลังการรักษา [6]
สำหรับต้นแขน ผู้ผลิตระบุว่าสามารถใช้ Ultraformer III เพื่อดูแลไขมันสะสมและปรับสัดส่วนได้ [1] โดยแพทย์จะประเมินสภาพผิวและความหนาของชั้นไขมัน เพื่อเลือกหัวทิปและระดับพลังงานให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
4.3 ปรับรูปหน้า
Ultraformer III สามารถช่วยปรับรูปหน้าให้กรอบหน้าดูชัดขึ้น โดยยกกระชับผิวและลดความนูนบริเวณใต้คาง [4] ทั้งนี้ ผลต่อรูปหน้าโดยรวมขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้า ปริมาณไขมัน และความหย่อนคล้อยของผิวในแต่ละบุคคล
4.4 ช่วยลดเลือนริ้วรอยและปรับผิวให้เรียบเนียน
Ultraformer III สามารถช่วยให้ริ้วรอยบริเวณรอบดวงตา รอบปาก และลำคอดูตื้นขึ้น โดยช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว พร้อมช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น [8]
4.5 ช่วยให้รูขุมขนดูเล็กลง
Ultraformer III อาจช่วยให้รูขุมขนบริเวณแก้มดูเล็กลง โดยมีงานวิจัยเบื้องต้นในคนไทยที่ใช้หัวทิปความลึก 2.0 มม. พบว่าลักษณะรูขุมขนดีขึ้นหลังการรักษา [9] ทั้งนี้ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันตามสภาพผิวและการตอบสนองของแต่ละบุคคล
5. Ultraformer III ควรทำกี่ช็อต?

จำนวนช็อต (shots) ในการทำ Ultraformer III ขึ้นอยู่กับบริเวณที่รักษา ระดับความหย่อนคล้อยของผิว ปริมาณไขมันสะสม และผลลัพธ์ที่ต้องการ จึงต้องประเมินให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
ตัวเลขต่อไปนี้เป็น ตัวอย่างจำนวนช็อตโดยประมาณ สำหรับการรักษาที่ The Neat Clinic by Dr. Shin โดยจำนวนช็อตที่ใช้จริงอาจปรับเพิ่มหรือลดตามการประเมินของแพทย์
- รอบดวงตา: ประมาณ 200–300 ช็อต
- แนวกรอบหน้า: ประมาณ 400–600 ช็อต
- ทั่วใบหน้าและลำคอ: ประมาณ 600–1,000 ช็อต
- บริเวณเหนียง: ประมาณ 300–400 ช็อต
- บริเวณแก้ม: ประมาณ 400–500 ช็อต
- บริเวณหน้าท้อง: ประมาณ 600–800 ช็อต
ก่อนทำ Ultraformer III แพทย์จะประเมินสภาพผิวและโครงสร้างบริเวณที่รักษา เพื่อเลือกจำนวนช็อต ความลึกของหัวทิป และระดับพลังงานร่วมกัน โดยปรับแผนการรักษาให้เหมาะกับปัญหาและลักษณะเนื้อเยื่อของแต่ละบุคคล
6. Ultraformer III กี่วันเห็นผล?

หลังทำ Ultraformer III อาจเริ่มรู้สึกถึงความกระชับของผิวได้บางส่วน เนื่องจากความร้อนที่เกิดจากพลังงาน MMFU (micro & macro focused ultrasound) ช่วยให้คอลลาเจนในเนื้อเยื่อเป้าหมายเกิดการหดตัว
หลังจากนั้น ร่างกายจะค่อยๆ ฟื้นฟูเนื้อเยื่อและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ ทำให้ผิวค่อยๆ ดูกระชับและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น นอกจากนี้ มีงานวิจัยเกี่ยวกับ HIFU ยังพบเส้นใยอีลาสตินในชั้นหนังแท้ส่วนลึกเพิ่มขึ้นหลังการรักษา [2]
ผลลัพธ์จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นในช่วงประมาณ 2–3 เดือนหลังทำ [4] [7] โดยในช่วงนี้ เนื้อเยื่อยังมีการปรับตัวและสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง
การเปลี่ยนแปลงที่สังเกตได้อาจรวมถึงผิวที่ดูกระชับขึ้น กรอบหน้าที่ชัดขึ้น หรือริ้วรอยที่ดูจางลง ทั้งนี้ ความชัดเจนของผลลัพธ์และระยะเวลาเห็นผลขึ้นอยู่กับบริเวณที่รักษา สภาพผิว และการตอบสนองของแต่ละบุคคล
7. Ultraformer III อยู่ได้นานแค่ไหน?
ผลยกกระชับหลังทำ Ultraformer III อาจคงอยู่ได้หลายเดือน โดยมีงานวิจัยในผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลางบริเวณใบหน้าส่วนบน พบว่ายังเห็นผลยกกระชับเมื่อติดตามที่ 6 เดือนหลังทำ [10]
ทั้งนี้ ระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับบริเวณที่รักษา สภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย และการตอบสนองต่อการรักษา จึงควรติดตามผลและให้แพทย์ประเมินก่อนวางแผนทำซ้ำ
หลังทำควรดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ เช่น ทาครีมกันแดด หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อช่วยดูแลสุขภาพผิวในระยะยาว
8. Ultraformer III ควรทำบ่อยแค่ไหน?
ความถี่ในการทำ Ultraformer III ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์เป็นรายบุคคล โดยพิจารณาบริเวณที่รักษา ระดับความหย่อนคล้อย และผลลัพธ์จากครั้งก่อน เพื่อกำหนดช่วงเวลาทำซ้ำที่เหมาะสม
- ผลยกกระชับยังคงอยู่: หากยังพอใจกับผลลัพธ์ สามารถเว้นระยะและติดตามการเปลี่ยนแปลงของผิวตามแผนที่แพทย์แนะนำ
- ความหย่อนคล้อยเริ่มกลับมา: แพทย์อาจพิจารณาทำซ้ำหรือปรับแนวทางการรักษา โดยประเมินสภาพผิว โครงสร้างเนื้อเยื่อ และการตอบสนองจากครั้งก่อนร่วมกัน
หลังทำ Ultraformer III ควรติดตามผลตามนัดและให้เวลาเนื้อเยื่อค่อยๆ ปรับตัว ก่อนประเมินความจำเป็นในการทำซ้ำ
9. Ultraformer III เหมาะกับใคร?

1) ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง
Ultraformer III เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวบริเวณแก้ม กรอบหน้า เหนียง หรือลำคอ โดยแพทย์จะประเมินความเหมาะสมจากสภาพผิวและโครงสร้างเนื้อเยื่อของแต่ละบุคคล
2) ผู้ที่ต้องการลดเลือนริ้วรอยและฟื้นฟูความยืดหยุ่นของผิว
ช่วยลดเลือนริ้วรอยรอบดวงตา รอบปาก และลำคอ พร้อมช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและยืดหยุ่นขึ้น [8] ส่วนร่องแก้มหรือร่องลึกอาจเกี่ยวข้องกับความหย่อนคล้อยและการสูญเสียปริมาตรเนื้อเยื่อ จึงควรให้แพทย์ประเมินว่าต้องใช้วิธีรักษาอื่นร่วมด้วยหรือไม่
3) ผู้ที่ต้องการปรับกรอบหน้าและดูแลสัดส่วน
เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับบริเวณใต้คางและลดความนูนของเหนียง เพื่อให้กรอบหน้าดูชัดขึ้น [4] สำหรับบริเวณแก้ม แพทย์จะประเมินความหย่อนคล้อย ปริมาณไขมัน และโครงสร้างใบหน้าเพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสม นอกจากนี้ ผู้ผลิตยังระบุการใช้งานบริเวณหน้าท้อง ต้นแขน และต้นขา โดยเลือกหัวทิปให้เหมาะกับเนื้อเยื่อในแต่ละบริเวณ [1]
4) ผู้ที่ไม่ต้องการพักฟื้นนาน
โดยทั่วไป ผู้รับบริการสามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้หลังทำ Ultraformer III แต่อาจมีอาการแดง บวม หรือระบมชั่วคราว [8] จึงควรดูแลผิวตามคำแนะนำของแพทย์
5) ผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวโดยไม่ผ่าตัด
Ultraformer III ใช้พลังงานอัลตราซาวด์ผ่านผิวหนังโดยไม่ต้องเปิดแผลผ่าตัด ทั้งนี้ ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยมากควรให้แพทย์ประเมินว่าวิธีนี้ตอบโจทย์ผลลัพธ์ที่ต้องการ หรือควรพิจารณาการรักษาวิธีอื่น
6) ผู้ที่เคยผ่าตัดดึงหน้าและต้องการดูแลผิวเพิ่มเติม
ผู้ที่เคยผ่าตัดดึงหน้า (facelift) ควรให้แพทย์ประเมินก่อนพิจารณาทำ Ultraformer III โดยคำนึงถึงการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อ ระยะเวลาหลังผ่าตัด และเทคนิคการผ่าตัดเดิม
10. Ultraformer III มีข้อเสียไหม?

การทำ Ultraformer III มีข้อจำกัดและผลข้างเคียงที่ควรทราบ โดยความเสี่ยงขึ้นอยู่กับบริเวณที่รักษา การเลือกหัวทิป ระดับพลังงาน และลักษณะเนื้อเยื่อของแต่ละบุคคล ข้อจำกัดและผลข้างเคียงที่อาจพบ มีดังนี้ [8]
- รอยแดง บวม หรือระบมบริเวณที่รักษา: หลังทำอาจมีรอยแดง บวม รู้สึกตึง หรือกดเจ็บ โดยอาการมักค่อยๆ ดีขึ้น แต่ระยะเวลาฟื้นตัวแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
- ความรู้สึกเจ็บระหว่างทำ: อาจรู้สึกเจ็บจี๊ดหรือไม่สบายผิว โดยความรู้สึกขึ้นอยู่กับบริเวณที่รักษา ระดับพลังงาน และความไวต่อความเจ็บของแต่ละบุคคล แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาชาหรือวิธีบรรเทาความเจ็บที่เหมาะสม
- อาการชาหรือความรู้สึกผิดปกติ: บางรายอาจมีอาการชา เสียวแปลบ หรือไวต่อการสัมผัสมากขึ้น ควรแจ้งแพทย์ผู้รักษาเพื่อประเมิน โดยระยะเวลาที่อาการดีขึ้นอาจแตกต่างกันตามลักษณะและความรุนแรงของอาการ
- รอยช้ำหรือผิวไหม้: เป็นผลข้างเคียงที่มีรายงานจากการรักษาด้วยอัลตราซาวด์แบบโฟกัส จึงต้องเลือกหัวทิป ระดับพลังงาน และเทคนิคการรักษาให้เหมาะกับเนื้อเยื่อในแต่ละบริเวณ
- ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล: ความเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับสภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย และการตอบสนองต่อการรักษา โดยผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยมากควรให้แพทย์ประเมินว่าวิธีนี้เหมาะสมหรือควรพิจารณาการรักษาวิธีอื่นร่วมด้วย
เพื่อช่วยลดความเสี่ยง ควรทำ Ultraformer III กับแพทย์ที่มีประสบการณ์ เลือกสถานพยาบาลที่ใช้เครื่องแท้ และปฏิบัติตามคำแนะนำหลังทำ หากมีอาการปวดรุนแรง ผิวพุพอง หรือขยับกล้ามเนื้อผิดปกติ ควรติดต่อแพทย์ผู้รักษาโดยเร็วเพื่อประเมินและดูแลอย่างเหมาะสม
11. ใครที่ไม่ควรทำ Ultraformer III?

การทำ Ultraformer III อาจไม่เหมาะสมในบางภาวะ หรือจำเป็นต้องให้แพทย์ประเมินเพิ่มเติมก่อนรักษา โดยผู้ที่ควรเลื่อนการทำหัตถการหรือปรึกษาแพทย์ก่อน มีดังนี้
- ผู้ที่มีแผล การอักเสบ หรือการติดเชื้อบริเวณที่จะรักษา: ควรรักษาให้หายดีก่อน และให้แพทย์ประเมินสภาพผิวก่อนเริ่มทำหัตถการ
- ผู้ที่มีโรคผิวหนังเรื้อรัง: เช่น โรคสะเก็ดเงิน (psoriasis) หรือโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง ควรให้แพทย์ประเมินบริเวณที่เป็นโรคและความรุนแรงของอาการ เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการรักษา
- ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์: ควรเลื่อนการทำ Ultraformer III ออกไปก่อน เนื่องจากยังมีข้อมูลความปลอดภัยของการใช้เครื่องระหว่างตั้งครรภ์ไม่เพียงพอ
- ผู้ที่เคยร้อยไหม: ควรแจ้งชนิดไหม ตำแหน่ง และช่วงเวลาที่ร้อย เพื่อให้แพทย์ประเมินการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อ รวมถึงกำหนดช่วงเวลาและบริเวณที่จะรักษาให้เหมาะสม
- ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง: ควรให้แพทย์ประเมินภาวะสุขภาพ โรคประจำตัว และการรักษาที่ได้รับ ก่อนพิจารณาความเหมาะสมในการทำหัตถการ
ก่อนทำ Ultraformer III ควรแจ้งประวัติสุขภาพ ยาที่ใช้อยู่ และหัตถการที่เคยทำในบริเวณนั้น เพื่อให้แพทย์วางแผนการรักษาและเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
12. Ultraformer III มีข้อห้ามอะไรบ้าง?

โดยทั่วไป หลังทำ Ultraformer III สามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ โดยควรดูแลผิวเพื่อลดการระคายเคืองและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ดังนี้
- หลีกเลี่ยงความร้อนสูงในช่วงแรก: เช่น การอบไอน้ำ ซาวน่า หรือแช่ออนเซ็น โดยเฉพาะขณะที่ผิวยังแดง บวม หรือระคายเคือง [6]
- พักการใช้ผลิตภัณฑ์ที่อาจระคายเคือง: หากผิวยังไวหรือระคายเคือง ควรพักผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ AHA, BHA หรือ retinol ชั่วคราว โดยพิจารณากลับมาใช้ตามสภาพผิวและคำแนะนำของแพทย์
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ: ดื่มน้ำตามความต้องการของร่างกาย เพื่อรักษาสมดุลน้ำและดูแลสุขภาพโดยรวม
- ใช้ครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ: เลือกชนิดที่ปกป้องได้ทั้ง UVA และ UVB พร้อมหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด เพื่อช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV [6]
การดูแลหลังทำ Ultraformer III ควรปรับให้เหมาะกับสภาพผิวและอาการของแต่ละบุคคล หากมีอาการผิดปกติหรือระคายเคืองต่อเนื่อง ควรติดต่อแพทย์ผู้รักษาเพื่อรับคำแนะนำ
13. ขั้นตอนการทำ Ultraformer III?

1) ก่อนทำ Ultraformer III
-
ประเมินสภาพผิวและวางแผนการรักษา: แพทย์จะซักประวัติ ประเมินสภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย และโครงสร้างใบหน้า พร้อมพูดคุยเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่ต้องการ เพื่อวางแผนการรักษาและเลือกจำนวนช็อตให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
ที่ The Neat Clinic by Dr. Shin นพ.ภาคิน ภาคย์ภิญโญ (คุณหมอชิน) ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง เป็นผู้ประเมิน ให้คำปรึกษา และทำหัตถการด้วยตนเองในทุกเคส
- ทำความสะอาดผิว: ขจัดสิ่งสกปรก เครื่องสำอาง และความมันส่วนเกินบริเวณที่จะรักษา
- ทายาชา: แพทย์อาจพิจารณาทายาชาเฉพาะที่ก่อนทำประมาณ 40–60 นาที เพื่อช่วยลดความรู้สึกเจ็บระหว่างทำ โดยระยะเวลาขึ้นอยู่กับชนิดยาชาและความเหมาะสมของแต่ละบุคคล
2) ระหว่างทำ Ultraformer III
- ทาเจลอัลตราซาวด์: ทาเจลบนผิวเพื่อช่วยให้พลังงานอัลตราซาวด์ส่งผ่านจากหัวทิป (transducer) เข้าสู่เนื้อเยื่อได้อย่างเหมาะสม
- เลือกหัวทิปและส่งพลังงาน: แพทย์จะเลือกหัวทิปตามระดับความลึกของเนื้อเยื่อ และปรับพลังงานให้เหมาะกับบริเวณที่รักษา สภาพผิว และแผนการรักษาของแต่ละบุคคล
- ระยะเวลาในการทำ: ขั้นตอนการใช้เครื่องโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 30–60 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่รักษาและจำนวนช็อต โดยยังไม่รวมเวลาเตรียมผิวและทายาชา
3) หลังทำ Ultraformer III
- ประเมินและติดตามผล: แพทย์จะตรวจสภาพผิวและอาการหลังทำ พร้อมแนะนำวิธีดูแล โดยอาจนัดติดตามประมาณ 1–2 เดือนหลังทำ หรือตามความเหมาะสม เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงเบื้องต้นและวางแผนติดตามผลต่อไป
- ดูแลผิวตามคำแนะนำ: ใช้ครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและความร้อนสูงในช่วงแรก หากผิวยังระคายเคือง ควรพักผลิตภัณฑ์ที่อาจกระตุ้นการระคายเคือง และกลับมาใช้ตามสภาพผิวและคำแนะนำของแพทย์
14. Ultraformer III ราคาเท่าไหร่?

ค่าใช้จ่ายในการทำ Ultraformer III จะขึ้นอยู่กับจำนวนช็อต (shots) ที่ใช้ในการรักษา ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินตามสภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย และผลลัพธ์ที่ต้องการของแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมและคุ้มค่ามากที่สุด
ที่ The Neat Clinic by Dr. Shin ราคา Ultraformer III มีรายละเอียดดังนี้
- 200 ช็อต: 5,900 บาท
- 400 ช็อต: 11,500 บาท
- 600 ช็อต: 16,500 บาท
- 800 ช็อต: 21,500 บาท
- 1,000 ช็อต: 25,900 บาท
จำนวนช็อตที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ ระดับความหย่อนคล้อยของผิว ปริมาณไขมันสะสม รวมถึงผลลัพธ์ที่ต้องการ จึงควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ก่อนเริ่มทำหัตถการทุกครั้ง
15. Ultraformer III ที่ไหนดี?

การเลือกสถานที่ทำ Ultraformer III ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลทั้งต่อประสิทธิภาพของผลลัพธ์ และความปลอดภัยในการรักษา เนื่องจากการยกกระชับผิวด้วยเทคโนโลยี HIFU (high-intensity focused ultrasound) จำเป็นต้องอาศัยทั้งประสบการณ์ของแพทย์ ความเข้าใจด้านกายวิภาคของใบหน้า รวมถึงการใช้เครื่องแท้ที่ได้มาตรฐาน
ก่อนตัดสินใจทำ Ultraformer III ควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ ดังต่อไปนี้
- คลินิกได้มาตรฐานและมีใบอนุญาต: ควรเลือกคลินิกหรือสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง เพื่อช่วยให้มั่นใจในมาตรฐาน ความสะอาด และความปลอดภัยของการรักษา
- แพทย์มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์: การทำ Ultraformer III ควรทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ในการใช้เครื่องมือและมีความเข้าใจด้านโครงสร้างผิวหนังและกายวิภาคของใบหน้า เพื่อให้สามารถเลือกหัวทิป ปรับระดับพลังงาน และออกแบบการรักษาให้เหมาะสมกับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ใช้เครื่อง Ultraformer III ของแท้: ควรตรวจสอบว่าสถานพยาบาลใช้เครื่อง Ultraformer III ของแท้จากบริษัท Classys ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งสามารถตรวจสอบข้อมูลและสแกนยืนยันตัวเครื่องได้จากหน้าเครื่อง เพื่อช่วยเพิ่มความมั่นใจในประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการรักษา
- รีวิวและผลลัพธ์จากผู้ที่เคยรักษา: การศึกษาข้อมูลจากรีวิวของผู้ที่เคยทำ Ultraformer III กับคลินิกนั้นๆ จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์จริง ความน่าเชื่อถือของสถานพยาบาล รวมถึงประสบการณ์โดยรวมของผู้เข้ารับบริการ
- มีการนัดติดตามผลและดูแลหลังทำ: ควรเลือกคลินิกที่มีการติดตามผลหลังทำหัตถการ รวมถึงสามารถให้คำแนะนำและดูแลอย่างเหมาะสม หากเกิดปัญหาหรือมีข้อสงสัยหลังการรักษา
ที่ The Neat Clinic by Dr. Shin การทำ Ultraformer III จะได้รับการประเมินและวางแผนการรักษาโดยแพทย์ทุกเคส เพื่อช่วยให้ผลลัพธ์ของการยกกระชับผิวและปรับรูปหน้าออกมาดูเป็นธรรมชาติ เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้า และปลอดภัยมากที่สุด
16. Ultraformer III ของแท้ดูยังไง?
การตรวจสอบว่า Ultraformer III เป็นเครื่องแท้หรือไม่ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในทั้งประสิทธิภาพของผลลัพธ์และความปลอดภัยในการรักษา เนื่องจากเครื่องแท้จะสามารถปล่อยพลังงานได้อย่างแม่นยำ มีมาตรฐานการผลิตที่ได้รับการรับรอง และผ่านการควบคุมคุณภาพจากบริษัทผู้ผลิตโดยตรง
วิธีตรวจสอบเครื่อง Ultraformer III ของแท้ มีดังนี้
- ตรวจสอบตัวเครื่อง: เครื่อง Ultraformer III ของแท้จากบริษัท Classys ประเทศเกาหลีใต้ จะมี serial number ติดอยู่บริเวณด้านข้างของตัวเครื่อง และมี QR code อยู่บริเวณด้านข้างหน้าจอ ซึ่งสามารถสแกนเพื่อตรวจสอบข้อมูลของเครื่องได้
- ตรวจสอบเอกสารรับรอง: คลินิกที่ใช้เครื่องแท้จะมีเอกสารรับรอง (certificate of authenticity) ที่ออกโดยบริษัทผู้ผลิต เพื่อช่วยยืนยันว่าเครื่องที่ใช้งานเป็นเครื่องแท้ที่นำเข้าอย่างถูกต้อง
-
ตรวจสอบรายชื่อคลินิก: สามารถตรวจสอบรายชื่อคลินิกที่ใช้ Ultraformer III ของแท้ผ่านเว็บไซต์ ParagonCare ผู้จัดจำหน่ายเครื่องรุ่นนี้ในประเทศไทย
17. Ultraformer III กับ Ultherapy PRIME ต่างกันยังไง?

Ultraformer III และ Ultherapy PRIME ต่างเป็นเครื่องยกกระชับผิวที่ใช้พลังงานอัลตราซาวด์ความเข้มสูงแบบโฟกัสเฉพาะจุด (HIFU) แต่มีรายละเอียดด้านเทคโนโลยี หัวทิป และการใช้งานที่แตกต่างกัน การเลือกใช้จึงควรพิจารณาจากสภาพผิว ผลลัพธ์ที่คาดหวัง และงบประมาณ ร่วมกับการประเมินของแพทย์
1) เทคโนโลยีที่ใช้
- Ultraformer III: ใช้เทคโนโลยี MMFU (micro & macro focused ultrasound) มีหัวทิปหลายระดับความลึกสำหรับการยกกระชับผิวและดูแลสัดส่วน โดยหัวทิป macro-focused ultrasound ออกแบบมาเพื่อส่งพลังงานไปยังชั้นไขมันใต้ผิว [1]
- Ultherapy PRIME: ใช้เทคโนโลยี microfocused ultrasound with visualization (MFU-V) พร้อมระบบแสดงภาพอัลตราซาวด์ DeepSEE ซึ่งช่วยให้แพทย์มองเห็นชั้นเนื้อเยื่อระหว่างการรักษา [9]
2) ระดับความลึกของพลังงาน
- Ultraformer III: มีหัวทิป (transducer) ให้เลือก 7 ระดับความลึก ได้แก่ 1.5, 2.0, 3.0 และ 4.5 มม. สำหรับการดูแลผิวหน้า และ 6.0, 9.0 และ 13.0 มม. สำหรับการดูแลสัดส่วนของร่างกาย [1]
- Ultherapy PRIME: มีหัวทิปที่ส่งพลังงานได้ 3 ระดับความลึก ได้แก่ 1.5, 3.0 และ 4.5 มม. สำหรับการยกกระชับผิวและชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิว [9]
3) ความเจ็บและความสบายระหว่างทำ
- Ultraformer III: ระหว่างทำอาจรู้สึกเจ็บจี๊ดหรือไม่สบายผิว [8] โดยความรู้สึกจะแตกต่างกันตามระดับพลังงาน หัวทิปที่ใช้ และบริเวณที่รักษา
- Ultherapy PRIME: ระหว่างทำอาจรู้สึกเจ็บจี๊ดใต้ผิวเช่นกัน [9] ความเจ็บระหว่างทำจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่องเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับการตั้งค่าพลังงาน บริเวณที่รักษา ความไวต่อความเจ็บ และวิธีลดความเจ็บที่ใช้ร่วมด้วย
4) ระยะเวลาในการทำ
- Ultraformer III: ประมาณ 30–60 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่รักษาและจำนวนช็อตที่ใช้
- Ultherapy PRIME: ประมาณ 60 นาทีหรือมากกว่า สำหรับการรักษาบริเวณใบหน้าและลำคอ
5) ผลลัพธ์และความคงทน
- Ultraformer III: มีงานวิจัยพบผลยกกระชับต่อเนื่องถึง 6 เดือน [7] ทั้งนี้ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
- Ultherapy PRIME: ผลลัพธ์อาจคงอยู่ได้ประมาณ 1 ปี โดยข้อมูลบางส่วนอ้างอิงจากงานวิจัย Ultherapy รุ่นเดิม [10] [11]
6) ความคุ้มค่าและค่าใช้จ่าย
- Ultraformer III: มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า เมื่อเทียบกับ Ultherapy PRIME ในจำนวนช็อตที่เท่ากัน
- Ultherapy PRIME: มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตที่ใช้
7) ผู้ผลิต
- Ultraformer III: ผลิตโดยบริษัท Classys ประเทศเกาหลีใต้
- Ultherapy PRIME: พัฒนาโดยบริษัท Ulthera, Inc. ประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันอยู่ภายใต้ Merz Aesthetics ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Merz Group ประเทศเยอรมนี
8) มาตรฐานการรับรอง
- Ultraformer III: ได้รับการรับรองในหลายประเทศ เช่น CE marking ในยุโรป, MFDS ของเกาหลีใต้ รวมถึงการรับรองจาก อย. ประเทศไทย
- Ultherapy PRIME: ได้รับการรับรองจาก U.S. FDA, CE marking, MFDS รวมถึง อย. ประเทศไทย
18. Ultraformer III กับ Thermage FLX ต่างกันยังไง?

Ultraformer III และ Thermage FLX ต่างเป็นเครื่องยกกระชับผิวที่ช่วยลดความหย่อนคล้อยโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ใช้พลังงานต่างกัน จึงมีลักษณะการทำงานและการใช้งานที่แตกต่างกัน โดยมีรายละเอียดเปรียบเทียบดังนี้
1) เทคโนโลยีที่ใช้
- Ultraformer III: ใช้เทคโนโลยี MMFU (micro & macro focused ultrasound) ซึ่งเป็นการปล่อยคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มสูงแบบโฟกัสเฉพาะจุด (HIFU) เพื่อช่วยยกกระชับเนื้อเยื่อและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ [1]
- Thermage FLX: ใช้เทคโนโลยี monopolar RF (radiofrequency) หรือคลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว เพื่อช่วยให้คอลลาเจนเดิมหดตัวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ พร้อมระบบ AccuREP ที่ช่วยปรับเทียบการส่งพลังงานโดยอัตโนมัติ [12]
2) ลักษณะการปล่อยพลังงาน
- Ultraformer III: โฟกัสพลังงานเป็นจุดเล็กๆ หลายจุดเรียงต่อกันเป็นแถว โดยมีระดับความลึกตามหัวทิปที่เลือกใช้ [1]
- Thermage FLX: ทำให้เกิดความร้อนแบบกระจายในเนื้อเยื่อ (bulk heating) โดยมีเป้าหมายที่คอลลาเจนในชั้นหนังแท้และพังผืดในชั้นไขมันใต้ผิว
3) ระดับความลึกของพลังงาน
- Ultraformer III: มีหัวทิป (transducer) ให้เลือก 7 ระดับความลึก ได้แก่ 1.5, 2.0, 3.0, 4.5, 6.0, 9.0 และ 13.0 มม. [1]
- Thermage FLX: ส่งพลังงานได้ลึกถึงประมาณ 4.3 มม. [13] ขึ้นอยู่กับขนาดของหัวทิปที่ใช้ การตั้งค่าพลังงาน และลักษณะเนื้อเยื่อบริเวณที่รักษา โดยความร้อนกระจายตัวในเนื้อเยื่อ ไม่ได้กำหนดจุดโฟกัสที่ระดับความลึกเดียว
4) ผลลัพธ์ที่ได้
- Ultraformer III: ช่วยยกกระชับผิวและปรับกรอบหน้า ช่วยลดไขมันสะสมบริเวณเหนียง [2] รวมถึงช่วยกระชับผิวบริเวณหน้าท้องและต้นขา [3]
- Thermage FLX: เหมาะสำหรับการกระชับผิว ลดเลือนริ้วรอย และทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น เช่น บริเวณรอบดวงตา หน้าผาก [12]
5) ความเจ็บและความสบายระหว่างทำ
- Ultraformer III: อาจรู้สึกเจ็บจี๊ดหรือไม่สบายผิวระหว่างทำ และมักมีการทายาชาก่อนทำ
- Thermage FLX: อาจรู้สึกร้อนหรือเจ็บเป็นช่วงๆ โดยเครื่องมีระบบทำความเย็นและการสั่นช่วยเพิ่มความสบายขณะทำ
6) ระยะเวลาในการทำ
- Ultraformer III: ประมาณ 30–60 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่รักษาและจำนวนช็อตที่ใช้
- Thermage FLX: ประมาณ 30–60 นาที ขึ้นอยู่กับแผนการรักษา [14]
7) ผลลัพธ์และความคงทน
- Ultraformer III: งานวิจัยพบว่ายังเห็นผลยกกระชับที่ 6 เดือนหลังทำ ทั้งนี้ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล [7]
- Thermage FLX: ผลลัพธ์อาจคงอยู่ได้ประมาณ 1 ปีหลังทำ โดยอ้างอิงจากงานวิจัยใน Thermage รุ่นเดิม [15]
8) ผู้ผลิต
- Ultraformer III: ผลิตโดยบริษัท CLASSYS ประเทศเกาหลีใต้ [1]
- Thermage FLX: ผลิตโดยบริษัท Solta Medical ประเทศสหรัฐอเมริกา [16]
9) มาตรฐานการรับรอง
19. Ultraformer III กับ HIFU ต่างกันยังไง?

HIFU (high-intensity focused ultrasound) เป็นชื่อเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มสูงแบบโฟกัสเฉพาะจุด ส่วน Ultraformer III เป็นเครื่องยกกระชับที่ใช้เทคโนโลยีในกลุ่ม HIFU โดยผู้ผลิตเรียกระบบของเครื่องว่า MMFU (micro & macro focused ultrasound) ซึ่งมีหัวทิปหลายระดับความลึกสำหรับการดูแลผิวหน้าและร่างกาย [1]
การเปรียบเทียบ Ultraformer III กับเครื่อง HIFU รุ่นอื่น ควรพิจารณาคุณสมบัติของเครื่องแต่ละรุ่นร่วมกับปัญหาผิว โดยผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับการเลือกหัวทิป (transducer) ระดับพลังงาน จำนวนช็อต และการวางแผนรักษาของแพทย์
ประเด็นสำคัญในการเปรียบเทียบ มีดังนี้
- เครื่อง HIFU บางรุ่น: มีหัวทิปสำหรับการยกกระชับผิว 3 ระดับความลึก ได้แก่ 1.5, 3.0 และ 4.5 มม. ทั้งนี้ จำนวนระดับความลึกและคุณสมบัติของหัวทิปแตกต่างกันตามรุ่นของเครื่อง
- Ultraformer III: มีหัวทิป 7 ระดับความลึก ได้แก่ 1.5, 2.0, 3.0, 4.5, 6.0, 9.0 และ 13.0 มม. โดยหัวทิปกลุ่ม macro-focused ultrasound ที่ความลึก 6.0, 9.0 และ 13.0 มม. ออกแบบมาเพื่อส่งพลังงานไปยังชั้นไขมันใต้ผิวสำหรับการดูแลไขมันสะสมเฉพาะจุดและปรับสัดส่วนตามข้อมูลผู้ผลิต [1]
- ความเหมาะสมในการรักษา: จำนวนระดับความลึกเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกได้ว่าเครื่องใดให้ผลดีกว่า แพทย์ควรประเมินสภาพผิว ความหย่อนคล้อย ปริมาณไขมัน และโครงสร้างเนื้อเยื่อ เพื่อเลือกเครื่องและแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
บทสรุป
Ultraformer III เป็นเครื่องยกกระชับผิวที่ใช้เทคโนโลยี MMFU (micro & macro focused ultrasound) ส่งพลังงานอัลตราซาวด์แบบโฟกัสลงสู่เนื้อเยื่อตามระดับความลึกของหัวทิป เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด
หัวทิปหลายระดับความลึกช่วยให้แพทย์วางแผนดูแลได้ทั้งความหย่อนคล้อยของผิว กรอบหน้า และไขมันสะสมเฉพาะจุด โดยเลือกหัวทิปและระดับพลังงานให้เหมาะกับสภาพผิว ปริมาณไขมัน และโครงสร้างของบริเวณที่รักษา
โดยทั่วไป หลังทำสามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ โดยควรดูแลผิวและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ รวมถึงนัดติดตามเพื่อประเมินผลลัพธ์ก่อนวางแผนทำซ้ำ
สำหรับระยะเวลาของผลลัพธ์ มีงานวิจัยในผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลางบริเวณใบหน้าส่วนบน พบว่ายังเห็นผลยกกระชับเมื่อติดตามที่ 6 เดือนหลังทำ [7] ทั้งนี้ ผลลัพธ์และระยะเวลาที่คงอยู่แตกต่างกันตามบริเวณที่รักษา สภาพผิว และการตอบสนองของแต่ละบุคคล
คำถามที่พบบ่อย
แหล่งอ้างอิง
- CLASSYS Inc. ULTRAFORMER III: The New You [Internet]. Seoul: CLASSYS Inc.; 2022 [cited 2026 Oct 7]. Available from: เอกสาร ULTRAFORMER III จากผู้ผลิต (PDF).
- Kwon HH, Yang SH, Choi M, Jung JY, Park GH. Tightening and Reduction of Unwanted Submental Fat Using Triple-Layer High-Intensity Focused Ultrasound: Clinical and 3-Dimensional Imaging Analysis. Dermatol Surg. 2021;47(12):1595–1600. doi: 10.1097/DSS.0000000000003241.
- Ko EJ, Hong JY, Kwon TR, Choi EJ, Jang YJ, Choi SY, et al. Efficacy and safety of non-invasive body tightening with high-intensity focused ultrasound (HIFU). Skin Res Technol. 2017;23(4):558–562. doi: 10.1111/srt.12371.
- Lio ML, Chang CC, Chuang ADC, Tsai LC, Chen CC. Quantified Facial Rejuvenation Utilizing High Intense Focus Ultrasound with Multiple Penetrative Depths. Clin Cosmet Investig Dermatol. 2022;15:489–496. doi: 10.2147/CCID.S350556.
- Han HS, Park JW, Kim SY, Yoo KH, Choi SY, Kim BJ. Safety and efficacy of high-intensity focused ultrasound for treatment of periorbital, perioral, and neck wrinkles: Prospective open single-center single-arm confirmatory clinical trial. Dermatol Ther. 2022;35(5):e15420. doi: 10.1111/dth.15420.
- Wanitphakdeedecha R, Borjal Kua-Uy KK, Yan C, Nokdhes YN, Suphatsathienkul P, Hutachoke T, et al. The Safety and Efficacy of Macrofocused Ultrasound without Visualization on Enlarged Facial Pores among Thai Patients: A Pilot Study. Dermatol Ther. 2023;2023:8154175. doi: 10.1155/2023/8154175.
- Wanitphakdeedecha R, Yan C, Ng JNC, Nokdhes YN, Tantrapornpong P, Techapichetvanich T, et al. The efficacy of macro-focused ultrasound in the treatment of upper facial laxity: A pilot study. J Cosmet Dermatol. 2020;19(8):1955–1961. doi: 10.1111/jocd.13550.
- Contini M, Hollander MHJ, Vissink A, Schepers RH, Jansma J, Schortinghuis J. A Systematic Review of the Efficacy of Microfocused Ultrasound for Facial Skin Tightening. Int J Environ Res Public Health. 2023;20(2):1522. doi: 10.3390/ijerph20021522.
- Ulthera, Inc. Ulthera System Instructions for Use: Featuring DeepSEE Technology for Ultherapy PRIME [Internet]. Ulthera, Inc.; c2026 [cited 2026 Oct 7]. Available from: คู่มือ Ultherapy PRIME จากผู้ผลิต (PDF).
- Werschler WP, Werschler PS. Long-term Efficacy of Micro-focused Ultrasound with Visualization for Lifting and Tightening Lax Facial and Neck Skin Using a Customized Vectoring Treatment Method. J Clin Aesthet Dermatol. 2016;9(2):27–33. Available from: บทความวิจัยฉบับเต็ม (PMC).
- Merz Aesthetics. Frequently asked questions about Ultherapy PRIME [Internet]. [cited 2026 Oct 13]. Available from: ข้อมูล Ultherapy PRIME จากผู้ผลิต.
- Solta Medical. The Thermage FLX System [Internet]. [cited 2026 Oct 7]. Available from: ข้อมูล Thermage FLX สำหรับบุคลากรทางการแพทย์.
- Solta Medical. [Thermage FLX radiofrequency energy delivery up to 4.3 mm] [Internet]. LinkedIn; [cited 2026 Oct 14]. Available from: ข้อมูลความลึกของพลังงาน Thermage FLX จากผู้ผลิต.
- Solta Medical. Thermage [Internet]. [cited 2026 Oct 14]. Available from: ข้อมูลการรักษาและคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Thermage จากผู้ผลิต.
- Sasaki G, Tucker B, Gaston M. Clinical parameters for predicting efficacy and safety with nonablative monopolar radiofrequency treatments to the forehead, face, and neck. Aesthet Surg J. 2007;27(4):376–387. doi: 10.1016/j.asj.2007.05.007.
- U.S. Food and Drug Administration. Thermage FLX System: 510(k) clearance K170758 [Internet]. 2017 [cited 2026 Oct 14]. Available from: เอกสาร FDA clearance ของ Thermage FLX (PDF).
- CLASSYS Inc. History [Internet]. [cited 2026 Oct 14]. Available from: ประวัติบริษัทและข้อมูลการรับรอง ULTRAFORMER III จาก CLASSYS.
- Solta Medical. Contre-indications [Internet]. [cited 2026 Oct 14]. Available from: ข้อมูลความปลอดภัยและเครื่องหมาย CE ของ Thermage FLX จากผู้ผลิต.
- Solta Medical Korea. Thermage FLX: FAQ [Internet]. [cited 2026 Oct 14]. Available from: ข้อมูล Thermage FLX และเลขอนุญาต MFDS จากผู้ผลิตในเกาหลีใต้.
- Carruthers J, Burgess C, Day D, Fabi SG, Goldie K, Kerscher M, et al. Consensus Recommendations for Combined Aesthetic Interventions in the Face Using Botulinum Toxin, Fillers, and Energy-Based Devices. Dermatol Surg. 2016;42(5):586–597. doi: 10.1097/DSS.0000000000000754.
- CLASSYS Inc. ULTRAFORMER MPT [Internet]. [cited 2026 Oct 7]. Available from: ข้อมูล ULTRAFORMER MPT จากผู้ผลิต.
- Kumar N, de Almeida GOO, Luthra A, Kashif SA, Dahan S, Carruthers JDA. Use of High-Intensity Focused Ultrasound in the Periorbital Rejuvenation: A Systematic Review. Aesthet Surg J Open Forum. 2026;8:ojag099. doi: 10.1093/asjof/ojag099.





