The Neat Clinic by Dr.Shin

Ultraformer

อัปเดต 22 ต.ค. 2026
หมวดหมู่

Ultraformer III เป็นเครื่องยกกระชับผิวที่ใช้เทคโนโลยี MMFU (micro & macro focused ultrasound) ส่งพลังงานคลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสเฉพาะจุดลงสู่เนื้อเยื่อตามระดับความลึกของหัวทิป (transducer) เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและช่วยยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด

Ultraformer III สามารถใช้ดูแลผิวหย่อนคล้อยบริเวณใบหน้า ลำคอ และบางบริเวณของลำตัว รวมถึงช่วยลดความนูนของเหนียงจากไขมันสะสมใต้คาง โดยควรให้แพทย์ประเมินสภาพผิว ปริมาณไขมัน และโครงสร้างของบริเวณที่รักษา เพื่อเลือกหัวทิปและระดับพลังงานให้เหมาะสม ทั้งนี้ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

บทความนี้รวบรวมข้อมูล Ultraformer III ตั้งแต่ประโยชน์ จำนวนช็อต ระยะเวลาเห็นผล ราคา และการดูแลหลังทำ พร้อมเปรียบเทียบกับ Ultherapy PRIME และ Thermage FLX เพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจเลือกวิธียกกระชับผิวร่วมกับแพทย์

1. Ultraformer III คืออะไร?

1.1 Ultraformer III คืออะไร?

Ultraformer III เป็นชื่อทางการค้าของเครื่องยกกระชับผิวที่ใช้เทคโนโลยี HIFU (high-intensity focused ultrasound) หรือคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มสูงแบบโฟกัสเฉพาะจุด เพื่อช่วยยกกระชับผิวและปรับรูปหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด ผลิตโดยบริษัท CLASSYS จากประเทศเกาหลีใต้ [1]

1.2 MMFU Technology คืออะไร?

เทคโนโลยีของ Ultraformer III ใช้ระบบ MMFU (micro & macro focused ultrasound) ซึ่งส่งพลังงานคลื่นอัลตราซาวด์ไปยังเนื้อเยื่อเป้าหมายที่ระดับความลึกแตกต่างกันตามหัวทิปที่เลือกใช้ ทำให้สามารถดูแลได้ทั้งชั้นผิว ชั้นไขมันใต้ผิว และชั้นเนื้อเยื่อพยุงผิวในระดับลึก

พลังงานดังกล่าวช่วยกระตุ้นการสร้างและปรับโครงสร้าง คอลลาเจน (collagen) ในชั้นผิว ช่วยให้ผิวค่อยๆ ดูกระชับและเรียบเนียนขึ้น [1] นอกจากนี้ มีงานวิจัยเกี่ยวกับ HIFU พบเส้นใย อีลาสติน (elastin) ในชั้นหนังแท้ส่วนลึกเพิ่มขึ้นหลังทำ [2]

1.3 การยกกระชับชั้น SMAS

Ultraformer III สามารถส่งพลังงานไปยังเนื้อเยื่อในระดับ SMAS (superficial musculoaponeurotic system) ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อพยุงใบหน้าที่ศัลยแพทย์ตกแต่งใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า [1] [3] โดยต้องเลือกหัวทิปให้เหมาะกับกายวิภาคและความหนาของเนื้อเยื่อในแต่ละบริเวณ เพื่อช่วยยกกระชับผิวและปรับกรอบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. หลักการทำงาน Ultraformer III?

Ultraformer III ใช้เทคโนโลยี MMFU (micro & macro focused ultrasound) หรือคลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสเฉพาะจุด ส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวและเนื้อเยื่อใต้ผิวตามระดับความลึกของหัวทิปที่เลือกใช้ เพื่อช่วยยกกระชับผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน [1]

พลังงานที่ปล่อยออกมาจะทำให้เกิด จุดความร้อนขนาดเล็ก (thermal coagulation points) ในเนื้อเยื่อเป้าหมาย โดยเป็นการส่งพลังงานผ่านผิวหนังโดยไม่ต้องเปิดแผลผ่าตัด [3]

ความร้อนเฉพาะจุดนี้ช่วยให้เนื้อเยื่อหดตัว พร้อมกระตุ้นกระบวนการสร้างและปรับโครงสร้าง คอลลาเจน (collagen) ทำให้ผิวค่อยๆ ดูกระชับและเรียบเนียนขึ้น [1] งานวิจัยบางฉบับเกี่ยวกับการใช้ HIFU ยังพบการเพิ่มขึ้นของเส้นใย อีลาสติน (elastin) ในชั้นหนังแท้ส่วนลึกด้วย [2]

นอกจากนี้ Ultraformer III ยังมีหัวทิปที่ออกแบบมาเพื่อส่งพลังงานไปยังชั้นไขมันใต้ผิว โดยมีงานวิจัยในผู้ที่มีไขมันสะสมใต้คางพบว่า การใช้หัวทิปหลายระดับความลึกร่วมกันช่วยลดความนูนและปรับรูปทรงบริเวณใต้คางได้ [4]

ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว Ultraformer III จึงเป็นทางเลือกสำหรับ การยกกระชับผิว ปรับรูปหน้า และช่วยลดความนูนของเหนียง โดยไม่ต้องผ่าตัด ทั้งนี้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับบริเวณที่รักษา การเลือกหัวทิป ระดับพลังงาน และการตอบสนองของแต่ละบุคคล

3. Ultraformer III มีกี่หัว?

Ultraformer III มีหัวทิป 7 ระดับความลึก ได้แก่ 1.5, 2.0, 3.0, 4.5, 6.0, 9.0 และ 13.0 มม. โดยผู้ผลิตแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ micro-focused ultrasound สำหรับยกกระชับผิว และ macro-focused ultrasound สำหรับดูแลไขมันสะสมใต้ผิวและปรับสัดส่วน [1]

1) หัว micro-focused ultrasound

เป็นหัวทิปที่ส่งพลังงานอัลตราซาวด์ให้โฟกัสเป็นจุดขนาดเล็กในเนื้อเยื่อเป้าหมาย เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและยกกระชับผิวตามระดับความลึกที่เลือกใช้ ประกอบด้วยหัว 1.5 มม., 2.0 มม. (Cherry Pink), 3.0 มม. และ 4.5 มม.

  • หัว 1.5 มม. และ 2.0 มม.: ใช้ดูแลเนื้อเยื่อในระดับตื้น เพื่อช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ และเพิ่มความเรียบเนียนของผิว รวมถึงบริเวณรอบดวงตา [5]
  • หัว 3.0 มม. และ 4.5 มม.: ใช้ดูแลเนื้อเยื่อในระดับที่ลึกขึ้น เพื่อช่วยยกกระชับผิว ลดความหย่อนคล้อย และปรับกรอบหน้าให้ดูชัดเจนมากขึ้น โดยหัว 4.5 มม. มักใช้เพื่อเข้าถึงเนื้อเยื่อระดับ SMAS ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับลักษณะกายวิภาคและความหนาของเนื้อเยื่อในแต่ละบริเวณ [1] [3]

2) หัว macro-focused ultrasound

เป็นหัวทิปที่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ความถี่ต่ำกว่าและมีจุดโฟกัสลึกขึ้น ออกแบบมาเพื่อส่งพลังงานไปยังชั้นไขมันใต้ผิว สำหรับช่วยลดไขมันสะสมเฉพาะจุดและปรับสัดส่วน ประกอบด้วยหัว 6.0 มม., 9.0 มม. และ 13.0 มม.

  • หัว 6.0 มม., 9.0 มม. และ 13.0 มม.: ใช้สำหรับบริเวณที่มีไขมันสะสมใต้ผิว เช่น หน้าท้อง ต้นแขน และต้นขา โดยพิจารณาความหนาของชั้นไขมันและโครงสร้างเนื้อเยื่อ เพื่อเลือกความลึกและระดับพลังงานให้เหมาะสมกับบริเวณที่รักษา [1]

4. Ultraformer III ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

4.1 ยกกระชับผิวหน้าและลำคอ

Ultraformer III สามารถช่วยยกกระชับผิวหน้าและลำคอ โดยช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวค่อยๆ ดูกระชับขึ้น [1] นอกจากนี้ มีงานวิจัยพบว่าความยืดหยุ่นของผิวแก้มและลักษณะการยกตัวของเนื้อเยื่อใบหน้าดีขึ้นหลังการรักษา [6] [7]

4.2 ลดเหนียงและกระชับสัดส่วน

หัวทิป macro-focused ultrasound ของ Ultraformer III ออกแบบมาเพื่อส่งพลังงานไปยังชั้นไขมันใต้ผิว โดยแพทย์อาจใช้ร่วมกับหัวทิปความลึกอื่นเพื่อช่วยลดความนูนของเหนียง [4] งานวิจัยยังพบว่าความกระชับและความยืดหยุ่นของผิวบริเวณหน้าท้องส่วนล่างและต้นขาดีขึ้นหลังการรักษา [6]

สำหรับต้นแขน ผู้ผลิตระบุว่าสามารถใช้ Ultraformer III เพื่อดูแลไขมันสะสมและปรับสัดส่วนได้ [1] โดยแพทย์จะประเมินสภาพผิวและความหนาของชั้นไขมัน เพื่อเลือกหัวทิปและระดับพลังงานให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

4.3 ปรับรูปหน้า

Ultraformer III สามารถช่วยปรับรูปหน้าให้กรอบหน้าดูชัดขึ้น โดยยกกระชับผิวและลดความนูนบริเวณใต้คาง [4] ทั้งนี้ ผลต่อรูปหน้าโดยรวมขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้า ปริมาณไขมัน และความหย่อนคล้อยของผิวในแต่ละบุคคล

4.4 ช่วยลดเลือนริ้วรอยและปรับผิวให้เรียบเนียน

Ultraformer III สามารถช่วยให้ริ้วรอยบริเวณรอบดวงตา รอบปาก และลำคอดูตื้นขึ้น โดยช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว พร้อมช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น [8]

4.5 ช่วยให้รูขุมขนดูเล็กลง

Ultraformer III อาจช่วยให้รูขุมขนบริเวณแก้มดูเล็กลง โดยมีงานวิจัยเบื้องต้นในคนไทยที่ใช้หัวทิปความลึก 2.0 มม. พบว่าลักษณะรูขุมขนดีขึ้นหลังการรักษา [9] ทั้งนี้ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันตามสภาพผิวและการตอบสนองของแต่ละบุคคล

5. Ultraformer III ควรทำกี่ช็อต?

จำนวนช็อต (shots) ในการทำ Ultraformer III ขึ้นอยู่กับบริเวณที่รักษา ระดับความหย่อนคล้อยของผิว ปริมาณไขมันสะสม และผลลัพธ์ที่ต้องการ จึงต้องประเมินให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

ตัวเลขต่อไปนี้เป็น ตัวอย่างจำนวนช็อตโดยประมาณ สำหรับการรักษาที่ The Neat Clinic by Dr. Shin โดยจำนวนช็อตที่ใช้จริงอาจปรับเพิ่มหรือลดตามการประเมินของแพทย์

  • รอบดวงตา: ประมาณ 200–300 ช็อต
  • แนวกรอบหน้า: ประมาณ 400–600 ช็อต
  • ทั่วใบหน้าและลำคอ: ประมาณ 600–1,000 ช็อต
  • บริเวณเหนียง: ประมาณ 300–400 ช็อต
  • บริเวณแก้ม: ประมาณ 400–500 ช็อต
  • บริเวณหน้าท้อง: ประมาณ 600–800 ช็อต

ก่อนทำ Ultraformer III แพทย์จะประเมินสภาพผิวและโครงสร้างบริเวณที่รักษา เพื่อเลือกจำนวนช็อต ความลึกของหัวทิป และระดับพลังงานร่วมกัน โดยปรับแผนการรักษาให้เหมาะกับปัญหาและลักษณะเนื้อเยื่อของแต่ละบุคคล

6. Ultraformer III กี่วันเห็นผล?

หลังทำ Ultraformer III อาจเริ่มรู้สึกถึงความกระชับของผิวได้บางส่วน เนื่องจากความร้อนที่เกิดจากพลังงาน MMFU (micro & macro focused ultrasound) ช่วยให้คอลลาเจนในเนื้อเยื่อเป้าหมายเกิดการหดตัว

หลังจากนั้น ร่างกายจะค่อยๆ ฟื้นฟูเนื้อเยื่อและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ ทำให้ผิวค่อยๆ ดูกระชับและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น นอกจากนี้ มีงานวิจัยเกี่ยวกับ HIFU ยังพบเส้นใยอีลาสตินในชั้นหนังแท้ส่วนลึกเพิ่มขึ้นหลังการรักษา [2]

ผลลัพธ์จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นในช่วงประมาณ 2–3 เดือนหลังทำ [4] [7] โดยในช่วงนี้ เนื้อเยื่อยังมีการปรับตัวและสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง

การเปลี่ยนแปลงที่สังเกตได้อาจรวมถึงผิวที่ดูกระชับขึ้น กรอบหน้าที่ชัดขึ้น หรือริ้วรอยที่ดูจางลง ทั้งนี้ ความชัดเจนของผลลัพธ์และระยะเวลาเห็นผลขึ้นอยู่กับบริเวณที่รักษา สภาพผิว และการตอบสนองของแต่ละบุคคล

7. Ultraformer III อยู่ได้นานแค่ไหน?

ผลยกกระชับหลังทำ Ultraformer III อาจคงอยู่ได้หลายเดือน โดยมีงานวิจัยในผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลางบริเวณใบหน้าส่วนบน พบว่ายังเห็นผลยกกระชับเมื่อติดตามที่ 6 เดือนหลังทำ [10]

ทั้งนี้ ระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับบริเวณที่รักษา สภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย และการตอบสนองต่อการรักษา จึงควรติดตามผลและให้แพทย์ประเมินก่อนวางแผนทำซ้ำ

หลังทำควรดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ เช่น ทาครีมกันแดด หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อช่วยดูแลสุขภาพผิวในระยะยาว

8. Ultraformer III ควรทำบ่อยแค่ไหน?

ความถี่ในการทำ Ultraformer III ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์เป็นรายบุคคล โดยพิจารณาบริเวณที่รักษา ระดับความหย่อนคล้อย และผลลัพธ์จากครั้งก่อน เพื่อกำหนดช่วงเวลาทำซ้ำที่เหมาะสม

  • ผลยกกระชับยังคงอยู่: หากยังพอใจกับผลลัพธ์ สามารถเว้นระยะและติดตามการเปลี่ยนแปลงของผิวตามแผนที่แพทย์แนะนำ
  • ความหย่อนคล้อยเริ่มกลับมา: แพทย์อาจพิจารณาทำซ้ำหรือปรับแนวทางการรักษา โดยประเมินสภาพผิว โครงสร้างเนื้อเยื่อ และการตอบสนองจากครั้งก่อนร่วมกัน

หลังทำ Ultraformer III ควรติดตามผลตามนัดและให้เวลาเนื้อเยื่อค่อยๆ ปรับตัว ก่อนประเมินความจำเป็นในการทำซ้ำ

9. Ultraformer III เหมาะกับใคร?

1) ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง

Ultraformer III เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวบริเวณแก้ม กรอบหน้า เหนียง หรือลำคอ โดยแพทย์จะประเมินความเหมาะสมจากสภาพผิวและโครงสร้างเนื้อเยื่อของแต่ละบุคคล

2) ผู้ที่ต้องการลดเลือนริ้วรอยและฟื้นฟูความยืดหยุ่นของผิว

ช่วยลดเลือนริ้วรอยรอบดวงตา รอบปาก และลำคอ พร้อมช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและยืดหยุ่นขึ้น [8] ส่วนร่องแก้มหรือร่องลึกอาจเกี่ยวข้องกับความหย่อนคล้อยและการสูญเสียปริมาตรเนื้อเยื่อ จึงควรให้แพทย์ประเมินว่าต้องใช้วิธีรักษาอื่นร่วมด้วยหรือไม่

3) ผู้ที่ต้องการปรับกรอบหน้าและดูแลสัดส่วน

เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับบริเวณใต้คางและลดความนูนของเหนียง เพื่อให้กรอบหน้าดูชัดขึ้น [4] สำหรับบริเวณแก้ม แพทย์จะประเมินความหย่อนคล้อย ปริมาณไขมัน และโครงสร้างใบหน้าเพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสม นอกจากนี้ ผู้ผลิตยังระบุการใช้งานบริเวณหน้าท้อง ต้นแขน และต้นขา โดยเลือกหัวทิปให้เหมาะกับเนื้อเยื่อในแต่ละบริเวณ [1]

4) ผู้ที่ไม่ต้องการพักฟื้นนาน

โดยทั่วไป ผู้รับบริการสามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้หลังทำ Ultraformer III แต่อาจมีอาการแดง บวม หรือระบมชั่วคราว [8] จึงควรดูแลผิวตามคำแนะนำของแพทย์

5) ผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวโดยไม่ผ่าตัด

Ultraformer III ใช้พลังงานอัลตราซาวด์ผ่านผิวหนังโดยไม่ต้องเปิดแผลผ่าตัด ทั้งนี้ ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยมากควรให้แพทย์ประเมินว่าวิธีนี้ตอบโจทย์ผลลัพธ์ที่ต้องการ หรือควรพิจารณาการรักษาวิธีอื่น

6) ผู้ที่เคยผ่าตัดดึงหน้าและต้องการดูแลผิวเพิ่มเติม

ผู้ที่เคยผ่าตัดดึงหน้า (facelift) ควรให้แพทย์ประเมินก่อนพิจารณาทำ Ultraformer III โดยคำนึงถึงการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อ ระยะเวลาหลังผ่าตัด และเทคนิคการผ่าตัดเดิม

10. Ultraformer III มีข้อเสียไหม?

การทำ Ultraformer III มีข้อจำกัดและผลข้างเคียงที่ควรทราบ โดยความเสี่ยงขึ้นอยู่กับบริเวณที่รักษา การเลือกหัวทิป ระดับพลังงาน และลักษณะเนื้อเยื่อของแต่ละบุคคล ข้อจำกัดและผลข้างเคียงที่อาจพบ มีดังนี้ [8]

  • รอยแดง บวม หรือระบมบริเวณที่รักษา: หลังทำอาจมีรอยแดง บวม รู้สึกตึง หรือกดเจ็บ โดยอาการมักค่อยๆ ดีขึ้น แต่ระยะเวลาฟื้นตัวแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
  • ความรู้สึกเจ็บระหว่างทำ: อาจรู้สึกเจ็บจี๊ดหรือไม่สบายผิว โดยความรู้สึกขึ้นอยู่กับบริเวณที่รักษา ระดับพลังงาน และความไวต่อความเจ็บของแต่ละบุคคล แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาชาหรือวิธีบรรเทาความเจ็บที่เหมาะสม
  • อาการชาหรือความรู้สึกผิดปกติ: บางรายอาจมีอาการชา เสียวแปลบ หรือไวต่อการสัมผัสมากขึ้น ควรแจ้งแพทย์ผู้รักษาเพื่อประเมิน โดยระยะเวลาที่อาการดีขึ้นอาจแตกต่างกันตามลักษณะและความรุนแรงของอาการ
  • รอยช้ำหรือผิวไหม้: เป็นผลข้างเคียงที่มีรายงานจากการรักษาด้วยอัลตราซาวด์แบบโฟกัส จึงต้องเลือกหัวทิป ระดับพลังงาน และเทคนิคการรักษาให้เหมาะกับเนื้อเยื่อในแต่ละบริเวณ
  • ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล: ความเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับสภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย และการตอบสนองต่อการรักษา โดยผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยมากควรให้แพทย์ประเมินว่าวิธีนี้เหมาะสมหรือควรพิจารณาการรักษาวิธีอื่นร่วมด้วย

เพื่อช่วยลดความเสี่ยง ควรทำ Ultraformer III กับแพทย์ที่มีประสบการณ์ เลือกสถานพยาบาลที่ใช้เครื่องแท้ และปฏิบัติตามคำแนะนำหลังทำ หากมีอาการปวดรุนแรง ผิวพุพอง หรือขยับกล้ามเนื้อผิดปกติ ควรติดต่อแพทย์ผู้รักษาโดยเร็วเพื่อประเมินและดูแลอย่างเหมาะสม

11. ใครที่ไม่ควรทำ Ultraformer III?

การทำ Ultraformer III อาจไม่เหมาะสมในบางภาวะ หรือจำเป็นต้องให้แพทย์ประเมินเพิ่มเติมก่อนรักษา โดยผู้ที่ควรเลื่อนการทำหัตถการหรือปรึกษาแพทย์ก่อน มีดังนี้

  • ผู้ที่มีแผล การอักเสบ หรือการติดเชื้อบริเวณที่จะรักษา: ควรรักษาให้หายดีก่อน และให้แพทย์ประเมินสภาพผิวก่อนเริ่มทำหัตถการ
  • ผู้ที่มีโรคผิวหนังเรื้อรัง: เช่น โรคสะเก็ดเงิน (psoriasis) หรือโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง ควรให้แพทย์ประเมินบริเวณที่เป็นโรคและความรุนแรงของอาการ เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการรักษา
  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์: ควรเลื่อนการทำ Ultraformer III ออกไปก่อน เนื่องจากยังมีข้อมูลความปลอดภัยของการใช้เครื่องระหว่างตั้งครรภ์ไม่เพียงพอ
  • ผู้ที่เคยร้อยไหม: ควรแจ้งชนิดไหม ตำแหน่ง และช่วงเวลาที่ร้อย เพื่อให้แพทย์ประเมินการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อ รวมถึงกำหนดช่วงเวลาและบริเวณที่จะรักษาให้เหมาะสม
  • ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง: ควรให้แพทย์ประเมินภาวะสุขภาพ โรคประจำตัว และการรักษาที่ได้รับ ก่อนพิจารณาความเหมาะสมในการทำหัตถการ

ก่อนทำ Ultraformer III ควรแจ้งประวัติสุขภาพ ยาที่ใช้อยู่ และหัตถการที่เคยทำในบริเวณนั้น เพื่อให้แพทย์วางแผนการรักษาและเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

12. Ultraformer III มีข้อห้ามอะไรบ้าง?

โดยทั่วไป หลังทำ Ultraformer III สามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ โดยควรดูแลผิวเพื่อลดการระคายเคืองและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงความร้อนสูงในช่วงแรก: เช่น การอบไอน้ำ ซาวน่า หรือแช่ออนเซ็น โดยเฉพาะขณะที่ผิวยังแดง บวม หรือระคายเคือง [6]
  • พักการใช้ผลิตภัณฑ์ที่อาจระคายเคือง: หากผิวยังไวหรือระคายเคือง ควรพักผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ AHA, BHA หรือ retinol ชั่วคราว โดยพิจารณากลับมาใช้ตามสภาพผิวและคำแนะนำของแพทย์
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ: ดื่มน้ำตามความต้องการของร่างกาย เพื่อรักษาสมดุลน้ำและดูแลสุขภาพโดยรวม
  • ใช้ครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ: เลือกชนิดที่ปกป้องได้ทั้ง UVA และ UVB พร้อมหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด เพื่อช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV [6]

การดูแลหลังทำ Ultraformer III ควรปรับให้เหมาะกับสภาพผิวและอาการของแต่ละบุคคล หากมีอาการผิดปกติหรือระคายเคืองต่อเนื่อง ควรติดต่อแพทย์ผู้รักษาเพื่อรับคำแนะนำ

13. ขั้นตอนการทำ Ultraformer III?

1) ก่อนทำ Ultraformer III

  • ประเมินสภาพผิวและวางแผนการรักษา: แพทย์จะซักประวัติ ประเมินสภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย และโครงสร้างใบหน้า พร้อมพูดคุยเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่ต้องการ เพื่อวางแผนการรักษาและเลือกจำนวนช็อตให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

    ที่ The Neat Clinic by Dr. Shin นพ.ภาคิน ภาคย์ภิญโญ (คุณหมอชิน) ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง เป็นผู้ประเมิน ให้คำปรึกษา และทำหัตถการด้วยตนเองในทุกเคส

  • ทำความสะอาดผิว: ขจัดสิ่งสกปรก เครื่องสำอาง และความมันส่วนเกินบริเวณที่จะรักษา
  • ทายาชา: แพทย์อาจพิจารณาทายาชาเฉพาะที่ก่อนทำประมาณ 40–60 นาที เพื่อช่วยลดความรู้สึกเจ็บระหว่างทำ โดยระยะเวลาขึ้นอยู่กับชนิดยาชาและความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

2) ระหว่างทำ Ultraformer III

  • ทาเจลอัลตราซาวด์: ทาเจลบนผิวเพื่อช่วยให้พลังงานอัลตราซาวด์ส่งผ่านจากหัวทิป (transducer) เข้าสู่เนื้อเยื่อได้อย่างเหมาะสม
  • เลือกหัวทิปและส่งพลังงาน: แพทย์จะเลือกหัวทิปตามระดับความลึกของเนื้อเยื่อ และปรับพลังงานให้เหมาะกับบริเวณที่รักษา สภาพผิว และแผนการรักษาของแต่ละบุคคล
  • ระยะเวลาในการทำ: ขั้นตอนการใช้เครื่องโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 30–60 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่รักษาและจำนวนช็อต โดยยังไม่รวมเวลาเตรียมผิวและทายาชา

3) หลังทำ Ultraformer III

  • ประเมินและติดตามผล: แพทย์จะตรวจสภาพผิวและอาการหลังทำ พร้อมแนะนำวิธีดูแล โดยอาจนัดติดตามประมาณ 1–2 เดือนหลังทำ หรือตามความเหมาะสม เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงเบื้องต้นและวางแผนติดตามผลต่อไป
  • ดูแลผิวตามคำแนะนำ: ใช้ครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและความร้อนสูงในช่วงแรก หากผิวยังระคายเคือง ควรพักผลิตภัณฑ์ที่อาจกระตุ้นการระคายเคือง และกลับมาใช้ตามสภาพผิวและคำแนะนำของแพทย์

14. Ultraformer III ราคาเท่าไหร่?

ค่าใช้จ่ายในการทำ Ultraformer III จะขึ้นอยู่กับจำนวนช็อต (shots) ที่ใช้ในการรักษา ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินตามสภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย และผลลัพธ์ที่ต้องการของแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมและคุ้มค่ามากที่สุด

ที่ The Neat Clinic by Dr. Shin ราคา Ultraformer III มีรายละเอียดดังนี้

  • 200 ช็อต: 5,900 บาท
  • 400 ช็อต: 11,500 บาท
  • 600 ช็อต: 16,500 บาท
  • 800 ช็อต: 21,500 บาท
  • 1,000 ช็อต: 25,900 บาท

จำนวนช็อตที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ ระดับความหย่อนคล้อยของผิว ปริมาณไขมันสะสม รวมถึงผลลัพธ์ที่ต้องการ จึงควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ก่อนเริ่มทำหัตถการทุกครั้ง

15. Ultraformer III ที่ไหนดี?

การเลือกสถานที่ทำ Ultraformer III ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลทั้งต่อประสิทธิภาพของผลลัพธ์ และความปลอดภัยในการรักษา เนื่องจากการยกกระชับผิวด้วยเทคโนโลยี HIFU (high-intensity focused ultrasound) จำเป็นต้องอาศัยทั้งประสบการณ์ของแพทย์ ความเข้าใจด้านกายวิภาคของใบหน้า รวมถึงการใช้เครื่องแท้ที่ได้มาตรฐาน

ก่อนตัดสินใจทำ Ultraformer III ควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • คลินิกได้มาตรฐานและมีใบอนุญาต: ควรเลือกคลินิกหรือสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง เพื่อช่วยให้มั่นใจในมาตรฐาน ความสะอาด และความปลอดภัยของการรักษา
  • แพทย์มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์: การทำ Ultraformer III ควรทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ในการใช้เครื่องมือและมีความเข้าใจด้านโครงสร้างผิวหนังและกายวิภาคของใบหน้า เพื่อให้สามารถเลือกหัวทิป ปรับระดับพลังงาน และออกแบบการรักษาให้เหมาะสมกับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ใช้เครื่อง Ultraformer III ของแท้: ควรตรวจสอบว่าสถานพยาบาลใช้เครื่อง Ultraformer III ของแท้จากบริษัท Classys ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งสามารถตรวจสอบข้อมูลและสแกนยืนยันตัวเครื่องได้จากหน้าเครื่อง เพื่อช่วยเพิ่มความมั่นใจในประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการรักษา
  • รีวิวและผลลัพธ์จากผู้ที่เคยรักษา: การศึกษาข้อมูลจากรีวิวของผู้ที่เคยทำ Ultraformer III กับคลินิกนั้นๆ จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์จริง ความน่าเชื่อถือของสถานพยาบาล รวมถึงประสบการณ์โดยรวมของผู้เข้ารับบริการ
  • มีการนัดติดตามผลและดูแลหลังทำ: ควรเลือกคลินิกที่มีการติดตามผลหลังทำหัตถการ รวมถึงสามารถให้คำแนะนำและดูแลอย่างเหมาะสม หากเกิดปัญหาหรือมีข้อสงสัยหลังการรักษา

ที่ The Neat Clinic by Dr. Shin การทำ Ultraformer III จะได้รับการประเมินและวางแผนการรักษาโดยแพทย์ทุกเคส เพื่อช่วยให้ผลลัพธ์ของการยกกระชับผิวและปรับรูปหน้าออกมาดูเป็นธรรมชาติ เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้า และปลอดภัยมากที่สุด

16. Ultraformer III ของแท้ดูยังไง?

การตรวจสอบว่า Ultraformer III เป็นเครื่องแท้หรือไม่ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในทั้งประสิทธิภาพของผลลัพธ์และความปลอดภัยในการรักษา เนื่องจากเครื่องแท้จะสามารถปล่อยพลังงานได้อย่างแม่นยำ มีมาตรฐานการผลิตที่ได้รับการรับรอง และผ่านการควบคุมคุณภาพจากบริษัทผู้ผลิตโดยตรง

วิธีตรวจสอบเครื่อง Ultraformer III ของแท้ มีดังนี้

  • ตรวจสอบตัวเครื่อง: เครื่อง Ultraformer III ของแท้จากบริษัท Classys ประเทศเกาหลีใต้ จะมี serial number ติดอยู่บริเวณด้านข้างของตัวเครื่อง และมี QR code อยู่บริเวณด้านข้างหน้าจอ ซึ่งสามารถสแกนเพื่อตรวจสอบข้อมูลของเครื่องได้
  • ตรวจสอบเอกสารรับรอง: คลินิกที่ใช้เครื่องแท้จะมีเอกสารรับรอง (certificate of authenticity) ที่ออกโดยบริษัทผู้ผลิต เพื่อช่วยยืนยันว่าเครื่องที่ใช้งานเป็นเครื่องแท้ที่นำเข้าอย่างถูกต้อง
  • ตรวจสอบรายชื่อคลินิก: สามารถตรวจสอบรายชื่อคลินิกที่ใช้ Ultraformer III ของแท้ผ่านเว็บไซต์ ParagonCare ผู้จัดจำหน่ายเครื่องรุ่นนี้ในประเทศไทย

    ตรวจสอบรายชื่อ The Neat Clinic by Dr. Shin

17. Ultraformer III กับ Ultherapy PRIME ต่างกันยังไง?

Ultraformer III และ Ultherapy PRIME ต่างเป็นเครื่องยกกระชับผิวที่ใช้พลังงานอัลตราซาวด์ความเข้มสูงแบบโฟกัสเฉพาะจุด (HIFU) แต่มีรายละเอียดด้านเทคโนโลยี หัวทิป และการใช้งานที่แตกต่างกัน การเลือกใช้จึงควรพิจารณาจากสภาพผิว ผลลัพธ์ที่คาดหวัง และงบประมาณ ร่วมกับการประเมินของแพทย์

1) เทคโนโลยีที่ใช้

  • Ultraformer III: ใช้เทคโนโลยี MMFU (micro & macro focused ultrasound) มีหัวทิปหลายระดับความลึกสำหรับการยกกระชับผิวและดูแลสัดส่วน โดยหัวทิป macro-focused ultrasound ออกแบบมาเพื่อส่งพลังงานไปยังชั้นไขมันใต้ผิว [1]
  • Ultherapy PRIME: ใช้เทคโนโลยี microfocused ultrasound with visualization (MFU-V) พร้อมระบบแสดงภาพอัลตราซาวด์ DeepSEE ซึ่งช่วยให้แพทย์มองเห็นชั้นเนื้อเยื่อระหว่างการรักษา [9]

2) ระดับความลึกของพลังงาน

  • Ultraformer III: มีหัวทิป (transducer) ให้เลือก 7 ระดับความลึก ได้แก่ 1.5, 2.0, 3.0 และ 4.5 มม. สำหรับการดูแลผิวหน้า และ 6.0, 9.0 และ 13.0 มม. สำหรับการดูแลสัดส่วนของร่างกาย [1]
  • Ultherapy PRIME: มีหัวทิปที่ส่งพลังงานได้ 3 ระดับความลึก ได้แก่ 1.5, 3.0 และ 4.5 มม. สำหรับการยกกระชับผิวและชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิว [9]

3) ความเจ็บและความสบายระหว่างทำ

  • Ultraformer III: ระหว่างทำอาจรู้สึกเจ็บจี๊ดหรือไม่สบายผิว [8] โดยความรู้สึกจะแตกต่างกันตามระดับพลังงาน หัวทิปที่ใช้ และบริเวณที่รักษา
  • Ultherapy PRIME: ระหว่างทำอาจรู้สึกเจ็บจี๊ดใต้ผิวเช่นกัน [9] ความเจ็บระหว่างทำจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่องเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับการตั้งค่าพลังงาน บริเวณที่รักษา ความไวต่อความเจ็บ และวิธีลดความเจ็บที่ใช้ร่วมด้วย

4) ระยะเวลาในการทำ

  • Ultraformer III: ประมาณ 30–60 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่รักษาและจำนวนช็อตที่ใช้
  • Ultherapy PRIME: ประมาณ 60 นาทีหรือมากกว่า สำหรับการรักษาบริเวณใบหน้าและลำคอ

5) ผลลัพธ์และความคงทน

  • Ultraformer III: มีงานวิจัยพบผลยกกระชับต่อเนื่องถึง 6 เดือน [7] ทั้งนี้ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
  • Ultherapy PRIME: ผลลัพธ์อาจคงอยู่ได้ประมาณ 1 ปี โดยข้อมูลบางส่วนอ้างอิงจากงานวิจัย Ultherapy รุ่นเดิม [10] [11]

6) ความคุ้มค่าและค่าใช้จ่าย

  • Ultraformer III: มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า เมื่อเทียบกับ Ultherapy PRIME ในจำนวนช็อตที่เท่ากัน
  • Ultherapy PRIME: มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตที่ใช้

7) ผู้ผลิต

  • Ultraformer III: ผลิตโดยบริษัท Classys ประเทศเกาหลีใต้
  • Ultherapy PRIME: พัฒนาโดยบริษัท Ulthera, Inc. ประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันอยู่ภายใต้ Merz Aesthetics ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Merz Group ประเทศเยอรมนี

8) มาตรฐานการรับรอง

  • Ultraformer III: ได้รับการรับรองในหลายประเทศ เช่น CE marking ในยุโรป, MFDS ของเกาหลีใต้ รวมถึงการรับรองจาก อย. ประเทศไทย
  • Ultherapy PRIME: ได้รับการรับรองจาก U.S. FDA, CE marking, MFDS รวมถึง อย. ประเทศไทย

18. Ultraformer III กับ Thermage FLX ต่างกันยังไง?

Ultraformer III และ Thermage FLX ต่างเป็นเครื่องยกกระชับผิวที่ช่วยลดความหย่อนคล้อยโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ใช้พลังงานต่างกัน จึงมีลักษณะการทำงานและการใช้งานที่แตกต่างกัน โดยมีรายละเอียดเปรียบเทียบดังนี้

1) เทคโนโลยีที่ใช้

  • Ultraformer III: ใช้เทคโนโลยี MMFU (micro & macro focused ultrasound) ซึ่งเป็นการปล่อยคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มสูงแบบโฟกัสเฉพาะจุด (HIFU) เพื่อช่วยยกกระชับเนื้อเยื่อและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ [1]
  • Thermage FLX: ใช้เทคโนโลยี monopolar RF (radiofrequency) หรือคลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว เพื่อช่วยให้คอลลาเจนเดิมหดตัวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ พร้อมระบบ AccuREP ที่ช่วยปรับเทียบการส่งพลังงานโดยอัตโนมัติ [12]

2) ลักษณะการปล่อยพลังงาน

  • Ultraformer III: โฟกัสพลังงานเป็นจุดเล็กๆ หลายจุดเรียงต่อกันเป็นแถว โดยมีระดับความลึกตามหัวทิปที่เลือกใช้ [1]
  • Thermage FLX: ทำให้เกิดความร้อนแบบกระจายในเนื้อเยื่อ (bulk heating) โดยมีเป้าหมายที่คอลลาเจนในชั้นหนังแท้และพังผืดในชั้นไขมันใต้ผิว

3) ระดับความลึกของพลังงาน

  • Ultraformer III: มีหัวทิป (transducer) ให้เลือก 7 ระดับความลึก ได้แก่ 1.5, 2.0, 3.0, 4.5, 6.0, 9.0 และ 13.0 มม. [1]
  • Thermage FLX: ส่งพลังงานได้ลึกถึงประมาณ 4.3 มม. [13] ขึ้นอยู่กับขนาดของหัวทิปที่ใช้ การตั้งค่าพลังงาน และลักษณะเนื้อเยื่อบริเวณที่รักษา โดยความร้อนกระจายตัวในเนื้อเยื่อ ไม่ได้กำหนดจุดโฟกัสที่ระดับความลึกเดียว

4) ผลลัพธ์ที่ได้

  • Ultraformer III: ช่วยยกกระชับผิวและปรับกรอบหน้า ช่วยลดไขมันสะสมบริเวณเหนียง [2] รวมถึงช่วยกระชับผิวบริเวณหน้าท้องและต้นขา [3]
  • Thermage FLX: เหมาะสำหรับการกระชับผิว ลดเลือนริ้วรอย และทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น เช่น บริเวณรอบดวงตา หน้าผาก [12]

5) ความเจ็บและความสบายระหว่างทำ

  • Ultraformer III: อาจรู้สึกเจ็บจี๊ดหรือไม่สบายผิวระหว่างทำ และมักมีการทายาชาก่อนทำ
  • Thermage FLX: อาจรู้สึกร้อนหรือเจ็บเป็นช่วงๆ โดยเครื่องมีระบบทำความเย็นและการสั่นช่วยเพิ่มความสบายขณะทำ

6) ระยะเวลาในการทำ

  • Ultraformer III: ประมาณ 30–60 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่รักษาและจำนวนช็อตที่ใช้
  • Thermage FLX: ประมาณ 30–60 นาที ขึ้นอยู่กับแผนการรักษา [14]

7) ผลลัพธ์และความคงทน

  • Ultraformer III: งานวิจัยพบว่ายังเห็นผลยกกระชับที่ 6 เดือนหลังทำ ทั้งนี้ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล [7]
  • Thermage FLX: ผลลัพธ์อาจคงอยู่ได้ประมาณ 1 ปีหลังทำ โดยอ้างอิงจากงานวิจัยใน Thermage รุ่นเดิม [15]

8) ผู้ผลิต

  • Ultraformer III: ผลิตโดยบริษัท CLASSYS ประเทศเกาหลีใต้ [1]
  • Thermage FLX: ผลิตโดยบริษัท Solta Medical ประเทศสหรัฐอเมริกา [16]

9) มาตรฐานการรับรอง

  • Ultraformer III: ได้รับการรับรองจาก CE marking ในยุโรป, MFDS ของเกาหลีใต้ [17] และ อย. ประเทศไทย
  • Thermage FLX: ได้รับการรับรองจาก U.S. FDA [16], CE marking [18], MFDS ของเกาหลีใต้ [19] รวมถึง อย. ประเทศไทย

19. Ultraformer III กับ HIFU ต่างกันยังไง?

HIFU (high-intensity focused ultrasound) เป็นชื่อเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มสูงแบบโฟกัสเฉพาะจุด ส่วน Ultraformer III เป็นเครื่องยกกระชับที่ใช้เทคโนโลยีในกลุ่ม HIFU โดยผู้ผลิตเรียกระบบของเครื่องว่า MMFU (micro & macro focused ultrasound) ซึ่งมีหัวทิปหลายระดับความลึกสำหรับการดูแลผิวหน้าและร่างกาย [1]

การเปรียบเทียบ Ultraformer III กับเครื่อง HIFU รุ่นอื่น ควรพิจารณาคุณสมบัติของเครื่องแต่ละรุ่นร่วมกับปัญหาผิว โดยผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับการเลือกหัวทิป (transducer) ระดับพลังงาน จำนวนช็อต และการวางแผนรักษาของแพทย์

ประเด็นสำคัญในการเปรียบเทียบ มีดังนี้

  • เครื่อง HIFU บางรุ่น: มีหัวทิปสำหรับการยกกระชับผิว 3 ระดับความลึก ได้แก่ 1.5, 3.0 และ 4.5 มม. ทั้งนี้ จำนวนระดับความลึกและคุณสมบัติของหัวทิปแตกต่างกันตามรุ่นของเครื่อง
  • Ultraformer III: มีหัวทิป 7 ระดับความลึก ได้แก่ 1.5, 2.0, 3.0, 4.5, 6.0, 9.0 และ 13.0 มม. โดยหัวทิปกลุ่ม macro-focused ultrasound ที่ความลึก 6.0, 9.0 และ 13.0 มม. ออกแบบมาเพื่อส่งพลังงานไปยังชั้นไขมันใต้ผิวสำหรับการดูแลไขมันสะสมเฉพาะจุดและปรับสัดส่วนตามข้อมูลผู้ผลิต [1]
  • ความเหมาะสมในการรักษา: จำนวนระดับความลึกเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกได้ว่าเครื่องใดให้ผลดีกว่า แพทย์ควรประเมินสภาพผิว ความหย่อนคล้อย ปริมาณไขมัน และโครงสร้างเนื้อเยื่อ เพื่อเลือกเครื่องและแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

บทสรุป

Ultraformer III เป็นเครื่องยกกระชับผิวที่ใช้เทคโนโลยี MMFU (micro & macro focused ultrasound) ส่งพลังงานอัลตราซาวด์แบบโฟกัสลงสู่เนื้อเยื่อตามระดับความลึกของหัวทิป เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด

หัวทิปหลายระดับความลึกช่วยให้แพทย์วางแผนดูแลได้ทั้งความหย่อนคล้อยของผิว กรอบหน้า และไขมันสะสมเฉพาะจุด โดยเลือกหัวทิปและระดับพลังงานให้เหมาะกับสภาพผิว ปริมาณไขมัน และโครงสร้างของบริเวณที่รักษา

โดยทั่วไป หลังทำสามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ โดยควรดูแลผิวและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ รวมถึงนัดติดตามเพื่อประเมินผลลัพธ์ก่อนวางแผนทำซ้ำ

สำหรับระยะเวลาของผลลัพธ์ มีงานวิจัยในผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลางบริเวณใบหน้าส่วนบน พบว่ายังเห็นผลยกกระชับเมื่อติดตามที่ 6 เดือนหลังทำ [7] ทั้งนี้ ผลลัพธ์และระยะเวลาที่คงอยู่แตกต่างกันตามบริเวณที่รักษา สภาพผิว และการตอบสนองของแต่ละบุคคล

คำถามที่พบบ่อย

Ultraformer III เจ็บไหม?


Ultraformer III ของแท้ ดูยังไง?


ฉีด Filler ทำ Ultraformer III ได้ไหม?


หลังทํา Ultraformer III ฉีดโบท็อกซ์ได้ไหม?


Ultraformer III เป็นสิวทำได้ไหม?


Ultraformer III ต่างกับ MPT ยังไง?


เคยร้อยไหม ทำ Ultraformer III ได้ไหม?

แหล่งอ้างอิง

  1. CLASSYS Inc. ULTRAFORMER III: The New You [Internet]. Seoul: CLASSYS Inc.; 2022 [cited 2026 Oct 7]. Available from: เอกสาร ULTRAFORMER III จากผู้ผลิต (PDF).
  2. Kwon HH, Yang SH, Choi M, Jung JY, Park GH. Tightening and Reduction of Unwanted Submental Fat Using Triple-Layer High-Intensity Focused Ultrasound: Clinical and 3-Dimensional Imaging Analysis. Dermatol Surg. 2021;47(12):1595–1600. doi: 10.1097/DSS.0000000000003241.
  3. Ko EJ, Hong JY, Kwon TR, Choi EJ, Jang YJ, Choi SY, et al. Efficacy and safety of non-invasive body tightening with high-intensity focused ultrasound (HIFU). Skin Res Technol. 2017;23(4):558–562. doi: 10.1111/srt.12371.
  4. Lio ML, Chang CC, Chuang ADC, Tsai LC, Chen CC. Quantified Facial Rejuvenation Utilizing High Intense Focus Ultrasound with Multiple Penetrative Depths. Clin Cosmet Investig Dermatol. 2022;15:489–496. doi: 10.2147/CCID.S350556.
  5. Han HS, Park JW, Kim SY, Yoo KH, Choi SY, Kim BJ. Safety and efficacy of high-intensity focused ultrasound for treatment of periorbital, perioral, and neck wrinkles: Prospective open single-center single-arm confirmatory clinical trial. Dermatol Ther. 2022;35(5):e15420. doi: 10.1111/dth.15420.
  6. Wanitphakdeedecha R, Borjal Kua-Uy KK, Yan C, Nokdhes YN, Suphatsathienkul P, Hutachoke T, et al. The Safety and Efficacy of Macrofocused Ultrasound without Visualization on Enlarged Facial Pores among Thai Patients: A Pilot Study. Dermatol Ther. 2023;2023:8154175. doi: 10.1155/2023/8154175.
  7. Wanitphakdeedecha R, Yan C, Ng JNC, Nokdhes YN, Tantrapornpong P, Techapichetvanich T, et al. The efficacy of macro-focused ultrasound in the treatment of upper facial laxity: A pilot study. J Cosmet Dermatol. 2020;19(8):1955–1961. doi: 10.1111/jocd.13550.
  8. Contini M, Hollander MHJ, Vissink A, Schepers RH, Jansma J, Schortinghuis J. A Systematic Review of the Efficacy of Microfocused Ultrasound for Facial Skin Tightening. Int J Environ Res Public Health. 2023;20(2):1522. doi: 10.3390/ijerph20021522.
  9. Ulthera, Inc. Ulthera System Instructions for Use: Featuring DeepSEE Technology for Ultherapy PRIME [Internet]. Ulthera, Inc.; c2026 [cited 2026 Oct 7]. Available from: คู่มือ Ultherapy PRIME จากผู้ผลิต (PDF).
  10. Werschler WP, Werschler PS. Long-term Efficacy of Micro-focused Ultrasound with Visualization for Lifting and Tightening Lax Facial and Neck Skin Using a Customized Vectoring Treatment Method. J Clin Aesthet Dermatol. 2016;9(2):27–33. Available from: บทความวิจัยฉบับเต็ม (PMC).
  11. Merz Aesthetics. Frequently asked questions about Ultherapy PRIME [Internet]. [cited 2026 Oct 13]. Available from: ข้อมูล Ultherapy PRIME จากผู้ผลิต.
  12. Solta Medical. The Thermage FLX System [Internet]. [cited 2026 Oct 7]. Available from: ข้อมูล Thermage FLX สำหรับบุคลากรทางการแพทย์.
  13. Solta Medical. [Thermage FLX radiofrequency energy delivery up to 4.3 mm] [Internet]. LinkedIn; [cited 2026 Oct 14]. Available from: ข้อมูลความลึกของพลังงาน Thermage FLX จากผู้ผลิต.
  14. Solta Medical. Thermage [Internet]. [cited 2026 Oct 14]. Available from: ข้อมูลการรักษาและคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Thermage จากผู้ผลิต.
  15. Sasaki G, Tucker B, Gaston M. Clinical parameters for predicting efficacy and safety with nonablative monopolar radiofrequency treatments to the forehead, face, and neck. Aesthet Surg J. 2007;27(4):376–387. doi: 10.1016/j.asj.2007.05.007.
  16. U.S. Food and Drug Administration. Thermage FLX System: 510(k) clearance K170758 [Internet]. 2017 [cited 2026 Oct 14]. Available from: เอกสาร FDA clearance ของ Thermage FLX (PDF).
  17. CLASSYS Inc. History [Internet]. [cited 2026 Oct 14]. Available from: ประวัติบริษัทและข้อมูลการรับรอง ULTRAFORMER III จาก CLASSYS.
  18. Solta Medical. Contre-indications [Internet]. [cited 2026 Oct 14]. Available from: ข้อมูลความปลอดภัยและเครื่องหมาย CE ของ Thermage FLX จากผู้ผลิต.
  19. Solta Medical Korea. Thermage FLX: FAQ [Internet]. [cited 2026 Oct 14]. Available from: ข้อมูล Thermage FLX และเลขอนุญาต MFDS จากผู้ผลิตในเกาหลีใต้.
  20. Carruthers J, Burgess C, Day D, Fabi SG, Goldie K, Kerscher M, et al. Consensus Recommendations for Combined Aesthetic Interventions in the Face Using Botulinum Toxin, Fillers, and Energy-Based Devices. Dermatol Surg. 2016;42(5):586–597. doi: 10.1097/DSS.0000000000000754.
  21. CLASSYS Inc. ULTRAFORMER MPT [Internet]. [cited 2026 Oct 7]. Available from: ข้อมูล ULTRAFORMER MPT จากผู้ผลิต.
  22. Kumar N, de Almeida GOO, Luthra A, Kashif SA, Dahan S, Carruthers JDA. Use of High-Intensity Focused Ultrasound in the Periorbital Rejuvenation: A Systematic Review. Aesthet Surg J Open Forum. 2026;8:ojag099. doi: 10.1093/asjof/ojag099.
The Neat Clinic by Dr.Shin

Oligio เทคโนโลยี monopolar RF
ช่วยยกกระชับผิว กระตุ้นคอลลาเจน
ลดความหย่อนคล้อย พร้อมข้อมูล
เปรียบเทียบ Oligio กับ Thermage

การฉีดฟิลเลอร์ใบหน้าด้วย HA
(hyaluronic acid) ช่วยเติมเต็มและ
ปรับรูปหน้า HA พบได้ตามธรรมชาติ
ในร่างกาย และมีความปลอดภัยสูง

Botox (botulinum toxin) เป็นตัวยา
ที่ช่วยลดเลือนริ้วรอย ปรับกรอบหน้า
ให้ดูเรียว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้
ใบหน้าดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ

The Neat Clinic by Dr.Shin
ปรึกษาแพทย์

ปรึกษาแพทย์เพื่อรับ
คำแนะนำเฉพาะบุคคล

ประเมินและวางแผนการดูแล
โดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง

เพื่อแนะนำแนวทางที่เหมาะกับ
โครงสร้างของแต่ละบุคคล

โดยคำนึงถึงความปลอดภัย
และผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ