Filler

06/05/2025

Oligio

07/05/2025

การยกกระชับผิวด้วยเครื่อง Ultraformer III ได้รับความนิยมอย่างมากในวงการความงาม โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ต้องการคงความอ่อนเยาว์โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด เทคโนโลยี MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) ของ Ultraformer III มีบทบาทสำคัญอย่างมาก ในการแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ช่วยปรับรูปหน้าให้กระชับ และสลายไขมันเฉพาะจุด โดยไม่ต้องพักฟื้น

บทความนี้จะพามาเจาะลึกทุกแง่มุมของ Ultraformer III ว่าคืออะไร ช่วยเรื่องอะไรบ้าง รวมถึงข้อมูลเปรียบเทียบกับ Ulthera Thermage ว่าเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

1. Ultraformer III คืออะไร?

Ultraformer III เป็นชื่อยี่ห้อ ของเครื่องที่ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ความเข้มสูง หรือ HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) ในการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ผลิตโดยบริษัท Classys ในประเทศเกาหลีใต้ เทคโนโลยีของ Ultraformer III จะปล่อยพลังงานในรูปแบบ MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) ทำให้พลังงานสามารถลงไปในชั้นลึกได้อย่างแม่นยำ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ในผิวชั้นลึกและชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิว โดยเฉพาะชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นที่ศัลยแพทย์ตกแต่งใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า

2. หลักการทำงาน Ultraformer III?

พลังงานที่เครื่อง Ultraformer III ปล่อยออกมาจะทำให้เกิดจุดความร้อนเล็กๆโฟกัสเฉพาะจุด โดยไม่ทำลายผิวหนังชั้นบน หรือเนื้อเยื่อรอบข้าง จึงไม่ทำให้เกิดแผลภายนอก ความร้อนที่เกิดขึ้นนี้ จะกระตุ้นให้เกิดการหดตัวของเนื้อเยื่อ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่ อีกทั้งยังช่วยสลายไขมันใต้ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ Ultraformer III จึงเป็นเครื่องที่ตอบโจทย์ทั้งการยกกระชับผิว และการลดแก้มลดเหนียงได้ในเครื่องเดียว

3. Ultraformer III มีกี่หัว?

Ultraformer III มีหัวทิป (Transducer) ให้เลือกใช้งานทั้งหมด 7 ขนาด ซึ่งถูกออกแบบมาอย่างจำเพาะ เพื่อให้พลังงานสามารถลงไปที่ระดับความลึกได้แตกต่างกัน หัวทิปแบ่งเป็นสองกลุ่ม ตามประเภทของการโฟกัสพลังงาน ได้แก่ กลุ่ม Micro-Focused Ultrasound (ขนาดจุดโฟกัสประมาณ 0.5 - 1 มม. ต่อจุด) สำหรับการยกกระชับผิว และ กลุ่ม Macro-Focused Ultrasound (ขนาดจุดโฟกัสประมาณ 1-2 มม. ต่อจุด) สำหรับการสลายไขมันเฉพาะจุด โดยมีรายละเอียดดังนี้
1) Micro-Focused Ultrasound ได้แก่ หัว 1.5 มม., 2.0 มม. (สี Cherry Pink), 3.0 มม. และ 4.5 มม.
- หัว 1.5 มม.และ 2.0 มม. ใช้สำหรับผิวชั้นตื้นทั่วใบหน้า และบริเวณรอบดวงตา
- หัว 3.0 มม. และ 4.5 มม. ใช้สำหรับชั้นใต้ผิว ลึกถึงชั้น SMAS เพื่อยกกระชับใบหน้าและลำคอ
2) Macro-Focused Ultrasound ได้แก่ หัว 6.0 มม., 9.0 มม. และ 13.0 มม.
- หัว 6.0 มม., 9.0 มม. และ 13.0 มม. สำหรับสลายไขมันใต้ชั้นผิว เช่น เหนียง หน้าท้อง หรือแขน

4. Ultraformer III ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

4.1 ยกกระชับผิวหน้าและลำคอ Ultraformer III สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นใหม่ ในชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นที่ใช้ในการศัลยกรรมดึงหน้า จึงทำให้ใบหน้าและลำคอกระชับขึ้น และช่วยชะลอความหย่อนคล้อย
4.2 สลายไขมันเฉพาะจุดและกระชับสัดส่วน หัวทิป Macro-Focused Ultrasound ถูกออกแบบมาเพื่อใช้สลายไขมันใต้ชั้นผิว และกระชับสัดส่วนในบริเวณต่างๆ ของร่างกาย เช่น เหนียง หน้าท้อง ต้นแขน และต้นขา ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4.3 ปรับรูปหน้า Ultraformer III สามารถช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวและได้สัดส่วนมากยิ่งขึ้น โดยการกระชับผิวบริเวณกรอบหน้า เหนียง ลำคอ และสลายไขมันไปพร้อมๆกัน
4.4 ลดเลือนริ้วรอยและร่องลึก พลังงาน Micro-Focused Ultrasound ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิว ส่งผลให้ริ้วรอยเล็กๆ และร่องลึกบนใบหน้าดูตื้นขึ้น
4.5 กระตุ้นการฟื้นฟูผิว พลังงานจาก Ultraformer III ช่วยกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว ทำให้ผิวดูสดใสและเรียบเนียนขึ้น

5. Ultraformer III ควรทำกี่ช็อต?

จำนวนช็อตที่ใช้ในการทำ Ultraformer III ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ ว่ามีปัญหามากน้อยเพียงใด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยแนะนำจำนวนช็อตที่เหมาะสม โดยประเมินจากสภาพผิว ความยืดหยุ่นผิว และผลลัพธ์ที่ต้องการของแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย โดยทั่วไปแล้วใช้จำนวนช็อต ดังนี้
รอบดวงตา ประมาณ 200-300 ช็อต
แนวกรอบหน้า ประมาณ 400-600 ช็อต
ยกกระชับ ทั่วใบหน้าและลำคอ ประมาณ 600-1,000 ช็อต
สลายไขมันเหนียง ประมาณ 300-400 ช็อต
สลายไขมันแก้ม ประมาณ 400-500 ช็อต
สลายไขมันหน้าท้อง ประมาณ 600-800 ช็อต

6. Ultraformer III กี่วันเห็นผล?

หลังทำทันที เห็นผลลัพธ์ของการยกกระชับผิวและการลดริ้วรอย ประมาณ 15-20% เนื่องจากพลังงาน MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) ทำให้เกิดการหดกระชับของเนื้อเยื่อ
ภายใน 2-3 เดือนหลังทำ เห็นผลลัพธ์ชัดเจนมากขึ้น เพราะเป็นช่วงเวลาที่คอลลาเจนและอีลาสตินค่อยๆถูกสร้างขึ้นใหม่ และผิวมีการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ โดยจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของความยืดหยุ่น ความกระชับ และการปรับรูปหน้าอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาดังกล่าว

7. Ultraformer III อยู่ได้นานแค่ไหน?

ผลลัพธ์หลังทำ Ultraformer III สามารถคงอยู่ได้นานถึง 6-12 เดือน ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิว การดูแลหลังทำ และการตอบสนองของร่างกาย ในการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นใหม่ ซึ่งจะช่วยให้ผิวสามารถคงความกระชับและยืดหยุ่นไว้ได้

8. Ultraformer III ควรทำบ่อยแค่ไหน?

โดยทั่วไปควรทำ Ultraformer III เพียง 1-2 ครั้งต่อปี เพื่อรักษาผลลัพธ์ของการยกกระชับและการฟื้นฟูผิวไว้อย่างต่อเนื่อง
ผู้ที่มีอายุยังน้อยหรือมีสภาพผิวที่ดี อาจทำเพียงปีละ 1 ครั้ง เพื่อคงความกระชับและยืดหยุ่นของผิว
ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก หรือผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น อาจทำการรักษาซ้ำทุก 6 เดือน

9. Ultraformer III เหมาะกับใคร?

1. ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยบริเวณแก้ม เหนียง และลำคอ ซึ่งต้องการกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด
2. ผู้ที่ต้องการลดริ้วรอยและร่องลึก ผู้ที่มีริ้วรอยและร่องลึกบนใบหน้า Ultraformer III สามารถช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ให้ผิวกลับมาดูเรียบเนียนอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น
3. ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าและกระชับสัดส่วน ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น โดยการกระชับผิวและลดไขมันส่วนเกินบริเวณใบหน้า หรือกระชับส่วนต่างๆ เช่น หน้าท้อง แขน หรือต้นขา
4. ผู้ที่ไม่ต้องการพักฟื้นนาน ผู้ที่มีเวลาจำกัดและไม่สามารถหยุดพักฟื้นได้นาน Ultraformer III เป็นทางเลือกที่ดีเพราะไม่ต้องพักฟื้น หลังทำสามารถทาครีมและแต่งหน้าได้ตามปกติ
5. ผู้ที่ไม่ต้องการทำศัลยกรรม: Ultraformer III สามารถตอบโจทย์ผู้ที่กลัวการผ่าตัด หรือไม่ต้องการทำศัลยกรรม เพราะเป็นวิธีการที่ไม่ต้องเจาะหรือทำลายผิวหนังชั้นนอก และไม่มีแผลหลังทำ
6. ผู้ที่เคยทำผ่าตัดดึงหน้าแล้ว และต้องการรักษาผลลัพธ์: Ultraformer III สามารถช่วยยืดอายุผลลัพธ์ของการทำศัลยกรรมดึงหน้าได้

10. Ultraformer III มีข้อเสียไหม?

การทำ Ultraformer III มีความปลอดภัยและมีผลข้างเคียงน้อยเมื่อเทียบกับการรักษาแบบอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ ดังนี้
- รอยแดงหรือบวมชั่วคราว หลังการทำ Ultraformer III อาจเกิดรอยแดงหรือบวมในบริเวณที่ทำได้ ซึ่งมักหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมง หรือภายใน 1-2 วัน นอกจากนี้อาจรู้สึกระบมเล็กน้อยในบริเวณที่ทำ โดยส่วนใหญ่จะดีขึ้นใน 3-4 วัน
- ความรู้สึกเจ็บระหว่างทำ แม้ว่าความเจ็บขณะทำ Ultraformer III จะสามารถทนได้ แต่ในบางคน อาจรู้สึกไวต่อความเจ็บมากกว่าปกติ หรือทนเจ็บได้น้อย จึงอาจรู้สึกไม่สบายผิวระหว่างการทำได้ อย่างไรก็ตาม โดยปกติจะมีการแปะยาชาเฉพาะที่ก่อนทำอยู่แล้ว ซึ่งจะช่วยลดอาการเจ็บได้มาก
- ความไวของผิวเพิ่มขึ้น บางคนอาจรู้สึกว่าในบริเวณที่ทำ ผิวไวต่อการสัมผัสมากขึ้น ซึ่งอาการนี้จะค่อยๆ หายไปได้เอง
- ผลลัพธ์อาจไม่เท่ากันในแต่ละบุคคล ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก อาจเห็นผลลัพธ์ไม่ชัดเจนเท่ากับผู้ที่มีปัญหาผิวน้อยกว่า ในกรณีนี้อาจต้องทำหลายครั้ง หรือใช้วิธีการอื่นร่วมด้วย
- การบาดเจ็บของเส้นประสาท พบได้น้อยมาก อาจเกิดการบาดเจ็บของเส้นประสาทที่ทำให้รู้สึกชา แต่มักเป็นชั่วคราว และจะหายได้เองภายใน 2-3 สัปดาห์

11. ใครที่ไม่ควรทำ Ultraformer III?

- ผู้ที่มีแผลหรือการติดเชื้อที่ผิวหน้า ควรรักษาแผลหรือการติดเชื้อ ให้หายก่อนทำ Ultraformer III
- ผู้ที่เป็นโรคผิวหนังเรื้อรัง เช่น โรคสะเก็ดเงิน หรือผิวหนังอักเสบเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำ
- กำลังตั้งครรภ์ แม้ว่าการทำ Ultraformer III เป็นการปล่อยพลังงานอัลตราซาวนด์แบบโฟกัสเฉพาะที่ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อระบบร่างกายโดยรวม แต่ปัจจุบันยังไม่มีการศึกษาเพียงพอ เกี่ยวกับผลกระทบของ Ultraformer III ต่อผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ จึงควรหลีกเลี่ยงการทำในช่วงนี้
- ผู้ที่เคยร้อยไหม ควรรออย่างน้อย 3-6 เดือน เพื่อให้ผลลัพธ์จากการร้อยไหมเข้าที่ก่อน
- ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาจมีการฟื้นฟูผิวที่ช้ากว่าปกติ หรือผลลัพธ์หลังทำไม่ดีเท่าที่ควร

12. Ultraformer III มีข้อห้ามอะไรบ้าง?

หลังทำ Ultraformer III สามารถใช้ชีวิตประจำวัน ได้ตามปกติทันที ไม่ต้องมีการพักฟื้น อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อน มีข้อห้ามและสิ่งที่ควรปฏิบัติ ดังนี้
- หลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนกับผิว ควรหลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนบนใบหน้า เช่น การอบไอน้ำ การซาวน่า เนื่องจากผิวอาจมีความไวมากขึ้นในช่วงแรก
- งดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารระคายเคืองสูง ควรงดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรด เช่น AHA, BHA หรือ Retinol ในช่วง 1-2 วันหลังทำ Ultraformer III เนื่องจากผิวอาจมีความไวและระคายเคืองได้ง่าย
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ การดื่มน้ำอย่างเพียงพอจะช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ดีและเร็วขึ้น
- ใช้ครีมกันแดดสม่ำเสมอ เพื่อปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของปัญหาผิวหลายประการ เช่น ริ้วรอยก่อนวัย การสูญเสียคอลลาเจนในชั้นผิว การทาครีมกันแดดจึงช่วยให้ผลลัพธ์จากการทำ Ultraformer III อยู่ได้นานขึ้น

13. ขั้นตอนการทำ Ultraformer III?

1) ก่อนทำ
- ประเมินสภาพผิวและวางแผนก่อนทำ แพทย์จะเริ่มต้นด้วยการตรวจสภาพผิว ความหย่อนคล้อย พูดคุยเกี่ยวกับปัญหาที่ต้องการแก้ไขและบริเวณที่จะทำ รวมถึงประเมินจำนวนช็อตที่ต้องใช้ โดยที่ The Neat Clinic by Dr.Shin คุณหมอชิน (นพ.ภาคิน ภาคย์ภิญโญ) ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางจะเป็นผู้ประเมิน ให้คำปรึกษาแนะนำอย่างละเอียด และเป็นผู้ทำหัตถการเองทุกเคส
- ทำความสะอาดผิว เพื่อขจัดสิ่งสกปรกและน้ำมันส่วนเกิน
- ทายาชา มีการแปะยาชาเฉพาะที่ประมาณ 30-40 นาทีก่อนเริ่มทำ Ultraformer III
2) ระหว่างทำ
- ทาเจลอัลตราซาวนด์ เพื่อช่วยให้มีการนำพลังงานจากหัวทิป (Transducer) ลงสู่ชั้นลึกใต้ผิว อย่างมีประสิทธิภาพ
- เลือกใช้หัวทิปที่เหมาะสม หัวทิปของ Ultraformer III มีหลายระดับความลึก ออกแบบมาสำหรับแต่ละบริเวณของใบหน้า จึงต้องเลือกให้เหมาะสม ขั้นตอนการทำนี้ใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที ขึ้นอยู่กับปริมาณช็อตที่ใช้
2) หลังทำ
- ประเมินผล แพทย์จะประเมินผลลัพธ์หลังทำ Ultraformer III ทันที และแนะนำวิธีการดูแลผิว จากนั้นจะนัดประเมินผลลัพธ์อีกครั้ง หลังทำประมาณ 1-2 เดือน
- การดูแลหลังทำ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำในการดูแลผิว เช่น การใช้ครีมกันแดด การหลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อน รวมถึงการงดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่อาจระคายเคืองผิว

14. Ultraformer III ราคาเท่าไหร่?

ค่าใช้จ่ายในการทำ Ultraformer III ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตที่ใช้ มีรายละเอียดดังนี้
- 200 ช็อต: 5,900
- 400 ช็อต: 11,500
- 600 ช็อต: 16,500
- 800 ช็อต: ...
- 1,000 ช็อต: ...
- 1,200 ช็อต: ...

15. Ultraformer III ที่ไหนดี?

การเลือกสถานที่ทำ Ultraformer III เป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลต่อผลลัพธ์และความปลอดภัยในการรักษา ควรพิจารณาจากปัจจัยดังต่อไปนี้
- คลินิกได้มาตรฐานและมีใบอนุญาต ซึ่งจะช่วยให้มั่นใจคุณภาพและความปลอดภัย
- แพทย์มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ Ultraformer III ควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในการใช้เครื่องมือ ซึ่งจะสามารถปรับการรักษาให้เหมาะสมกับสภาพผิว และปัญหาของแต่ละบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เครื่อง Ultraformer III ของแท้จากผู้ผลิต ควรตรวจสอบว่าสถานพยาบาลใช้เครื่อง Ultraformer III ของแท้ที่ได้รับการรับรองจากผู้ผลิต Classys ประเทศเกาหลีใต้ โดยสามารถสแกนตรวจสอบได้ที่หน้าเครื่อง
- รีวิวและผลลัพธ์จากผู้ที่เคยทำ ควรดูข้อมูลจากรีวิวของผู้ที่เคยทำจากคลินิกนั้นๆ เพื่อดูผลลัพธ์และความพึงพอใจในการรักษา
- มีการนัดติดตามผล ควรเลือกคลินิกที่สามารถนัดติดตามผลลัพธ์ได้ รวมถึงสามารถให้การดูแลหรือคำแนะนำต่างๆได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะหากเกิดปัญหาหลังทำ

Ultraformer III ของแท้ดูยังไง?

เครื่อง Ultraformer III ของแท้จะมีหมายเลขซีเรียล ติดอยู่ที่ด้านข้างหน้าจอของเครื่อง ซึ่งสามารถสแกนตรวจสอบได้ อีกทั้ง คลินิกจะมีเอกสารรับรองจากผู้ผลิต (Certificate of Authenticity) ที่ออกโดยบริษัท Classys เพื่อช่วยยืนยันได้ว่าเครื่องที่ใช้นั้นเป็นของแท้ นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจสอบรายชื่อคลินิก ผ่านทางเว็บไซต์ทางการของ Ultraformer III ได้เช่นกัน Link…

16. Ultraformer III กับ Ulthera ต่างกันยังไง?

เครื่อง Ultraformer III และ Ulthera ต่างก็ใช้หลักการของ คลื่นอัลตราซาวนด์ความเข้มสูง หรือ HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) เช่นเดียวกัน สำหรับการยกกระชับผิว แต่มีรายละเอียดที่แตกต่างกันในด้านอื่นๆ ดังนี้
1. เทคโนโลยีที่ใช้
- Ultraformer III: ใช้เทคโนโลยี MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) ที่พัฒนาต่อมาจากเทคโนโลยี HIFU ดั้งเดิม จึงสามารถยกกระชับผิว และสลายไขมันได้ในเครื่องเดียว
- Ulthera: ใช้เทคโนโลยี High-Intensity Focused Ultrasound (HIFU) ที่เน้นการยกกระชับผิว ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการสลายไขมันโดยตรง แม้ว่าในบางกรณี การทำ Ulthera จะช่วยลดไขมันใต้ชั้นผิวได้บ้าง เช่น บริเวณเหนียงใต้คาง
2. ระดับความลึกของพลังงาน
- Ultraformer III: มีหัวทิป (Transducer) ให้เลือกหลายระดับความลึก ตั้งแต่ 1.5 มม., 2.0 มม., 3.0 มม., 4.5 มม., 6.0 มม., 9.0 มม. และ 13.0 มม. ครอบคลุมทั้งการยกกระชับ และการสลายไขมัน
- Ulthera: มีความลึกให้เลือก 3 ระดับ ได้แก่ 1.5 มม., 3.0 มม., และ 4.5 มม. ถูกออกแบบมาเพื่อการยกกระชับโดยตรง ไม่เน้นการสลายไขมัน
3. ความเจ็บปวดและความสบายในการทำ
- Ultraformer III: รู้สึกเจ็บน้อยกว่า เนื่องจากพลังงานถูกกระจายเป็นจุดแบบละเอียด
- Ulthera: เจ็บมากกว่า เนื่องจากใช้การโฟกัสพลังงานที่เข้มข้นสูง
4. ระยะเวลาในการทำ
- Ultraformer III: ใช้เวลาน้อยกว่า เมื่อเทียบจำนวนช็อตที่เท่ากัน
(ประมาณ 30-45 นาที สำหรับทั่วใบหน้าและลำคอ)
- Ulthera: ใช้เวลาทำนานกว่า
(ประมาณ 60-90 นาที สำหรับทั่วใบหน้าและลำคอ)
5. ผลลัพธ์และความคงทน
- Ultraformer III: ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นาน 6-12 เดือน
- Ulthera: อยู่ได้นานถึง 12-18 เดือน ขึ้นกับสภาพผิว และการดูแลหลังทำของแต่ละบุคคล
6. ความคุ้มค่าและราคา
- Ultraformer III: มีราคาต่ำกว่า Ulthera (ประมาณ 2-3 เท่า) เมื่อเทียบจำนวนช็อตที่เท่ากัน
- Ulthera: ราคาสูงกว่า
7. ประเทศผู้ผลิต
- Ultraformer III: บริษัท Classys ประเทศเกาหลีใต้
- Ulthera: เดิมทีพัฒนาโดยบริษัท Ulthera ประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันอยู่ภายใต้บริษัท Merz Pharmaceuticals ประเทศเยอรมนี (ทำการตลาดในชื่อ Ultherapy)
8. มาตรฐานการรับรอง
- Ultraformer III: ได้รับการรับรองในหลายประเทศ เช่น CE Marking ในยุโรป, Ministry of Food and Drug Safety (MFDS) ของเกาหลีใต้ รวมถึง อย.ของประเทศไทย
- Ulthera: มีชื่อเสียงในฐานะเป็นต้นตำรับอุปกรณ์ HIFU เครื่องแรกที่ได้รับการยอมรับในวงการความงามระดับสากล โดยได้รับการรับรองจาก U.S. FDA ของสหรัฐอเมริกา, CE Marking ในยุโรป, MFDS ของเกาหลีใต้ รวมถึง อย.ของประเทศไทย

17. Ultraformer III กับ Thermage ต่างกันยังไง?

Ultraformer III และ Thermage เป็นสองเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมในการยกกระชับผิว ทั้งสองมีความแตกต่างกันในแง่มุมต่างๆ ดังนี้
1. เทคโนโลยีที่ใช้
- Ultraformer III: ใช้เทคโนโลยี MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) ซึ่งเป็นหลักการของคลื่นอัลตราซาวนด์ความเข้มสูง หรือ HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound)
- Thermage: ใช้เทคโนโลยี Monopolar RF (Radiofrequency) ที่ส่งพลังงาน คลื่นวิทยุลงสู่ชั้นผิว
2. ลักษณะการปล่อยพลังงาน
- Ultraformer III: พลังงานโฟกัสเป็นจุดเล็กๆ หลายจุดเรียงต่อกันเป็นเส้นตรง (Linear Array)
- Thermage: พลังงานปล่อยออกมาเป็นก้อน (Bulk Heating) ทำให้เกิดความร้อนในชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิว
3. ระดับความลึกของพลังงาน
- Ultraformer III: มีหัวทิป (Transducer) ให้เลือกหลายระดับความลึก (1.5 มม., 2.0 มม., 3.0 มม., 4.5 มม., 6.0 มม., 9.0 มม. และ 13.0 มม.) ครอบคลุมทั้งการยกกระชับ และการสลายไขมัน
- Thermage: มีเพียงหัวทิปเดียว ปล่อยพลังงานได้ลึกประมาณ 3.0-4.0 มม. ช่วยกระตุ้นการหดกระชับ และการสร้างของคอลลาเจนในชั้นผิวตื้นๆได้ดี รวมถึงสลายไขมันชั้นตื้นๆใต้ผิวได้บ้าง แต่ไม่สามารถลงลึกถึงชั้น SMAS ได้
4. ผลลัพธ์ที่ได้
- Ultraformer III: ช่วยยกกระชับทั้งชั้นตื้นและชั้นลึก (ชั้น SMAS) รวมถึงสลายไขมันเฉพาะจุดในชั้นลึกได้เป็นอย่างดี
- Thermage: ช่วยกระชับผิวและลดริ้วรอยในชั้นผิว เช่น รอบดวงตา หน้าผาก ช่วยสลายไขมันชั้นตื้นๆใต้ผิว
5. ความเจ็บปวดและความสบายในการทำ
- Ultraformer III: รู้สึกเจ็บเล็กน้อย-ปานกลาง ควรแปะยาชาก่อนทำ
- Thermage: เจ็บปานกลาง เนื่องจากความร้อนที่เกิดขึ้นในผิวชั้นลึก ควรแปะยาชาก่อนทำ
6. ระยะเวลาในการทำ
- Ultraformer III: ใช้เวลาน้อยกว่า ประมาณ 30-45 นาที สำหรับทั่วใบหน้าและลำคอ
- Thermage: ใช้เวลานานกว่า ประมาณ 45-90 นาที สำหรับทั่วใบหน้าและลำคอ
7. ผลลัพธ์และความคงทน
- Ultraformer III: ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นาน 6-12 เดือน
- Thermage: อยู่ได้นานถึง 12-18 เดือน ขึ้นกับสภาพผิว และการดูแลหลังทำของแต่ละบุคคล
8. ประเทศผู้ผลิต
- Ultraformer III: บริษัท Classys ประเทศเกาหลีใต้
- Thermage: บริษัท Solta Medical ประเทศสหรัฐอเมริกา
9. มาตรฐานการรับรอง
- Ultraformer III: ได้รับการรับรองในหลายประเทศ เช่น CE Marking ในยุโรป, Ministry of Food and Drug Safety (MFDS) ของเกาหลีใต้ รวมถึง อย.ของประเทศไทย
- Thermage: ได้รับการรับรองจาก U.S. FDA ของสหรัฐอเมริกา, CE Marking ในยุโรป, MFDS ของเกาหลีใต้ รวมถึง อย.ของประเทศไทย

18. Ultraformer III กับ HIFU ต่างกันยังไง?

Ultraformer III ใช้เทคโนโลยี MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) ที่พัฒนาและปรับปรุงต่อยอดมาจาก HIFU ทั่วไป ทำให้ Ultraformer III สามารถปรับระดับพลังงานและความลึกได้อย่างละเอียด รวมถึงสามารถปล่อยพลังงานได้อย่างสม่ำเสมอมากขึ้น
HIFU ทั่วไปมักมีระดับความลึกที่จำกัด เช่น 1.5 มม., 3.0 มม., และ 4.5 มม. ซึ่งออกแบบมาสำหรับการยกกระชับผิวเป็นหลัก แต่ไม่สามารถสลายไขมันในชั้นลึกได้ แต่ Ultraformer III มีการพัฒนาหัวทิป (Transducer) กลุ่ม Macro-Focused Ultrasound (หัว 6.0 มม., 9.0 มม. และ 13.0 มม.) เพิ่มขึ้นมา สำหรับการสลายไขมันโดยเฉพาะ จึงให้ผลลัพธ์ครอบคลุม ทั้งการยกกระชับผิวและสลายไขมันในเครื่องเดียว

บทสรุป

Ultraformer III เป็นเครื่องสำหรับยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ที่ปล่อยพลังงานในรูปแบบ MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) ไปช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ในผิวชั้นลึกและชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิว โดยเฉพาะชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ที่เป็นชั้นสำคัญในการยกกระชับใบหน้า

Ultraformer III สามารถปรับความลึกและพลังงานได้หลายระดับ ทำให้เหมาะสำหรับทั้งการยกกระชับ ปรับรูปหน้า และสลายไขมันเฉพาะจุด มีความปลอดภัยสูง มีผลข้างเคียงที่น้อยมาก หลังทำไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้น และผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นาน 6-12 เดือน

คำถามที่พบบ่อย

Ultraformer III เจ็บไหม?


Ultraformer III ของแท้ ดูยังไง?


ฉีด Filler ทำ Ultraformer III ได้ไหม?


หลังทํา Ultraformer III ฉีดโบท็อกซ์ได้ไหม?


Ultraformer III เป็นสิวทำได้ไหม?


Ultraformer III ต่างกับ MPT ยังไง?


เคยร้อยไหม ทำ Ultraformer III ได้ไหม?

There are no posts on the list.