การยกกระชับผิวด้วยเครื่อง Ultraformer III ได้รับความนิยมอย่างมากในวงการความงาม โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่ต้องการคงความอ่อนเยาว์ของใบหน้า โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือใช้เวลาพักฟื้นนาน
ด้วยเทคโนโลยี MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) ซึ่งเป็นการส่งพลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์แบบเฉพาะเจาะจงลงสู่ชั้นผิวในระดับต่างๆ ทำให้ Ultraformer III สามารถช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย ปรับกรอบหน้าให้ดูคมชัด รวมถึงช่วยลดไขมันสะสมเฉพาะจุดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ทำให้เกิดแผลภายนอก
ปัจจุบัน Ultraformer III ถูกนำมาใช้ในการดูแลปัญหาผิวได้หลากหลาย ทั้งการยกกระชับใบหน้า ลดเหนียง ลดแก้ม รวมถึงการดูแลผิวบริเวณลำคอและลำตัว จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูความกระชับของผิว และปรับรูปหน้าให้ดูเรียวได้สัดส่วนมากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
บทความนี้จะพามาทำความรู้จักกับ Ultraformer III อย่างละเอียด ว่าคืออะไร ช่วยเรื่องอะไรบ้าง เหมาะกับใคร รวมถึงข้อมูลเปรียบเทียบกับ Ulthera และ Thermage ว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร เพื่อช่วยให้สามารถเลือกเทคโนโลยียกกระชับที่เหมาะกับปัญหาผิวและผลลัพธ์ที่ต้องการได้มากที่สุด
1. Ultraformer III คืออะไร?

1.1 Ultraformer III คืออะไร?
Ultraformer III เป็นชื่อทางการค้าของเครื่องยกกระชับผิวที่ใช้เทคโนโลยี HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) หรือคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มสูงแบบเฉพาะเจาะจง เพื่อช่วยยกกระชับผิวและปรับรูปหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด ผลิตโดยบริษัท Classys จากประเทศเกาหลีใต้
1.2 MMFU Technology คืออะไร?
เทคโนโลยีของ Ultraformer III ใช้ระบบ MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) ซึ่งช่วยปล่อยพลังงานคลื่นอัลตราซาวด์ลงสู่ผิวในระดับความลึกที่แตกต่างกันได้อย่างแม่นยำ ทำให้สามารถดูแลได้ทั้งชั้นผิวตื้น ชั้นไขมันใต้ผิว และชั้นเนื้อเยื่อพยุงผิวในระดับลึก
พลังงานที่ส่งลงไปจะช่วยกระตุ้นการสร้าง คอลลาเจน (Collagen) และ อีลาสติน (Elastin) ในชั้นผิว ทำให้ผิวค่อยๆ ดูกระชับ เรียบเนียน และมีความยืดหยุ่นมากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
1.3 การยกกระชับชั้น SMAS
นอกจากนี้ Ultraformer III ยังสามารถส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ตกแต่งใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า จึงช่วยให้เกิดการยกกระชับผิวและปรับกรอบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่จำเป็นต้องพักฟื้น
2. หลักการทำงาน Ultraformer III?

Ultraformer III ใช้พลังงาน MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) หรือคลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสเฉพาะจุด ในการส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวและชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวอย่างแม่นยำ เพื่อช่วยยกกระชับผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนโดยไม่ต้องผ่าตัด
พลังงานที่ปล่อยออกมาจะทำให้เกิดจุดความร้อนขนาดเล็กในลักษณะ Focused Thermal Coagulation Points ซึ่งเป็นการโฟกัสพลังงานเฉพาะจุดในชั้นผิวที่ต้องการรักษา โดยไม่ทำลายผิวหนังชั้นบนหรือเนื้อเยื่อบริเวณรอบข้าง จึงไม่ทำให้เกิดแผลภายนอกหลังทำหัตถการ
ความร้อนที่เกิดขึ้นในชั้นผิวและชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิว จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการหดตัวของเนื้อเยื่อ พร้อมกระตุ้นการสร้าง คอลลาเจน (Collagen) และ อีลาสติน (Elastin) ขึ้นมาใหม่ ทำให้ผิวค่อยๆ ดูกระชับ เรียบเนียน และมีความยืดหยุ่นมากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
นอกจากนี้ พลังงานของ Ultraformer III ยังสามารถลงลึกถึงชั้นไขมันใต้ผิว จึงช่วยสลายไขมันสะสมเฉพาะจุดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะบริเวณแก้มและเหนียง ทำให้ใบหน้าดูเรียวและกรอบหน้าชัดขึ้น
ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว Ultraformer III จึงเป็นหนึ่งในเทคโนโลยียกกระชับที่สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งการ ยกกระชับผิว ลดความหย่อนคล้อย และลดแก้มลดเหนียง ภายในเครื่องเดียว โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่จำเป็นต้องพักฟื้น
3. Ultraformer III มีกี่หัว?

Ultraformer III มีหัวทิป ( Transducer ) ให้เลือกใช้งานทั้งหมด 7 ขนาด ซึ่งถูกออกแบบมาอย่างจำเพาะ เพื่อให้สามารถปล่อยพลังงานลงสู่ผิวในระดับความลึกที่แตกต่างกันได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้แพทย์สามารถเลือกหัวทิปที่เหมาะสมกับแต่ละบริเวณและปัญหาผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หัวทิปของ Ultraformer III สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ตามลักษณะการโฟกัสพลังงาน ได้แก่ Micro-Focused Ultrasound สำหรับการยกกระชับผิว และ Macro-Focused Ultrasound สำหรับการสลายไขมันเฉพาะจุด
1) หัว Micro-Focused Ultrasound
เป็นหัวทิปที่มีขนาดจุดโฟกัสพลังงานประมาณ 0.5-1 มม. ต่อจุด เหมาะสำหรับการยกกระชับผิวและกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวและชั้น SMAS โดยประกอบด้วยหัว 1.5 มม., 2.0 มม. (Cherry Pink), 3.0 มม. และ 4.5 มม.
- หัว 1.5 มม. และ 2.0 มม. เหมาะสำหรับดูแลผิวชั้นตื้นทั่วใบหน้า รวมถึงบริเวณรอบดวงตาที่ต้องการความละเอียดสูง ช่วยลดริ้วรอยเล็กๆ และเพิ่มความเรียบเนียนของผิว
- หัว 3.0 มม. และ 4.5 มม. สามารถส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นโครงสร้างสำคัญของใบหน้า ช่วยยกกระชับผิว ลดความหย่อนคล้อย และปรับกรอบหน้าให้ดูชัดเจนมากขึ้น
2) หัว Macro-Focused Ultrasound
เป็นหัวทิปที่มีขนาดจุดโฟกัสพลังงานประมาณ 1-2 มม. ต่อจุด ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยสลายไขมันสะสมใต้ผิวโดยเฉพาะ ประกอบด้วยหัว 6.0 มม., 9.0 มม. และ 13.0 มม.
- หัว 6.0 มม., 9.0 มม. และ 13.0 มม. เหมาะสำหรับบริเวณที่มีไขมันสะสมใต้ผิว เช่น เหนียง หน้าท้อง ต้นแขน หรือบริเวณลำตัว ช่วยลดปริมาณไขมันเฉพาะจุดและปรับสัดส่วนให้ดูกระชับมากขึ้น
ด้วยความหลากหลายของหัวทิป Ultraformer III จึงสามารถออกแบบการรักษาได้อย่างครอบคลุม ทั้งการ ยกกระชับผิว ลดความหย่อนคล้อย และลดไขมันสะสมเฉพาะจุด ภายในเครื่องเดียว
4. Ultraformer III ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

1) ยกกระชับผิวหน้าและลำคอ
Ultraformer III สามารถช่วยยกกระชับผิวหน้าและลำคอได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า พลังงานจะช่วยกระตุ้นการสร้าง คอลลาเจน (Collagen) และ อีลาสติน (Elastin) ขึ้นใหม่ ทำให้ผิวค่อยๆ ดูกระชับ แน่นขึ้น และช่วยชะลอการเกิดความหย่อนคล้อยของผิวในระยะยาว
2) สลายไขมันเฉพาะจุดและกระชับสัดส่วน
หัวทิป Macro-Focused Ultrasound ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยสลายไขมันสะสมใต้ชั้นผิว พร้อมช่วยกระชับสัดส่วนในบริเวณต่างๆ ของร่างกาย เช่น เหนียง หน้าท้อง ต้นแขน และต้นขา ทำให้รูปร่างดูได้สัดส่วนมากขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด
3) ปรับรูปหน้า
Ultraformer III สามารถช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเรียวและได้สัดส่วนมากขึ้น โดยการยกกระชับผิวบริเวณกรอบหน้า ลำคอ และเหนียง พร้อมช่วยลดไขมันสะสมใต้ผิวไปพร้อมกัน ส่งผลให้กรอบหน้าดูคมชัดและใบหน้าดูมีมิติมากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
4) ลดเลือนริ้วรอยและร่องลึก
พลังงาน Micro-Focused Ultrasound ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิว ส่งผลให้ริ้วรอยเล็กๆ และร่องลึกบนใบหน้าดูตื้นขึ้น ผิวดูเรียบเนียน และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
5) กระตุ้นการฟื้นฟูผิว
พลังงานจาก Ultraformer III ช่วยกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติของร่างกาย เพิ่มการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ และช่วยเสริมความยืดหยุ่นของผิว ทำให้ผิวดูสดใส เรียบเนียน และสุขภาพดีมากขึ้น
5. Ultraformer III ควรทำกี่ช็อต?

จำนวนช็อต ( Shots ) ที่ใช้ในการทำ Ultraformer III จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ต้องการรักษา ระดับความหย่อนคล้อยของผิว ปริมาณไขมันสะสม รวมถึงผลลัพธ์ที่ต้องการ
ก่อนทำหัตถการ แพทย์จะช่วยประเมินสภาพผิว ความยืดหยุ่นของผิว และโครงสร้างใบหน้า เพื่อเลือกจำนวนช็อตและระดับพลังงานที่เหมาะสม ช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดูเป็นธรรมชาติ มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยมากที่สุด
โดยทั่วไป จำนวนช็อตที่นิยมใช้ในการทำ Ultraformer III มีดังนี้
- รอบดวงตา: ประมาณ 200-300 ช็อต
- แนวกรอบหน้า: ประมาณ 400-600 ช็อต
- ยกกระชับทั่วใบหน้าและลำคอ: ประมาณ 600-1,000 ช็อต
- สลายไขมันเหนียง: ประมาณ 300-400 ช็อต
- สลายไขมันแก้ม: ประมาณ 400-500 ช็อต
- สลายไขมันหน้าท้อง: ประมาณ 600-800 ช็อต
การเลือกจำนวนช็อตที่เหมาะสม ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การรักษาด้วย Ultraformer III สามารถยกกระชับผิวและปรับรูปหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ใช้พลังงานมากเกินความจำเป็น
6. Ultraformer III กี่วันเห็นผล?

หลังทำ Ultraformer III สามารถเริ่มสังเกตการเปลี่ยนแปลงของความกระชับผิวและการลดเลือนริ้วรอยได้ทันทีประมาณ 15-20% เนื่องจากพลังงาน MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) ทำให้เกิดการหดตัวของเนื้อเยื่อและชั้นผิวทันทีหลังทำหัตถการ
หลังจากนั้น ร่างกายจะค่อยๆ ฟื้นฟูผิวและกระตุ้นการสร้าง คอลลาเจน (Collagen) และ อีลาสติน (Elastin) ขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง ทำให้ผิวดูแน่น กระชับ และมีความยืดหยุ่นมากขึ้นตามลำดับ
โดยทั่วไป ในช่วง 2-3 เดือนหลังทำ จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงที่กระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่
นอกจากนี้ ยังสามารถสังเกตการเปลี่ยนแปลงของกรอบหน้า ความกระชับของผิว รวมถึงรูปหน้าที่ดูได้สัดส่วนและเรียวชัดมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาดังกล่าว
7. Ultraformer III อยู่ได้นานแค่ไหน?
ผลลัพธ์หลังทำ Ultraformer III โดยทั่วไปสามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาของผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ สภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย การดูแลตัวเองหลังทำ รวมถึงการตอบสนองของร่างกายต่อการสร้างคอลลาเจนใหม่
หลังทำหัตถการ ร่างกายจะค่อยๆ สร้าง คอลลาเจน (Collagen) และ อีลาสติน (Elastin) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผิวดูแน่น กระชับ และมีความยืดหยุ่นมากขึ้นตามลำดับ
นอกจากนี้ การดูแลผิวอย่างเหมาะสม เช่น การทาครีมกันแดด การหลีกเลี่ยงความร้อนสูง การพักผ่อนให้เพียงพอ และการหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผลลัพธ์ของ Ultraformer III คงอยู่ได้นานและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
8. Ultraformer III ควรทำบ่อยแค่ไหน?
โดยทั่วไป การทำ Ultraformer III แนะนำประมาณ 1-2 ครั้งต่อปี เพื่อช่วยคงผลลัพธ์ของการยกกระชับผิวและการฟื้นฟูคุณภาพผิวไว้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับผู้ที่มีอายุน้อย หรือมีสภาพผิวที่ยังมีความยืดหยุ่นดี อาจทำเพียง ปีละ 1 ครั้ง เพื่อช่วยชะลอความหย่อนคล้อยของผิว และคงความกระชับของใบหน้าในระยะยาว
ในขณะที่ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยค่อนข้างมาก หรือผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ของการยกกระชับที่ชัดเจนมากขึ้น อาจพิจารณาทำซ้ำทุกประมาณ 6 เดือน ทั้งนี้ ความถี่ในการรักษาควรขึ้นอยู่กับการประเมินโดยแพทย์ เพื่อเลือกแผนการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพผิวและผลลัพธ์ที่ต้องการของแต่ละบุคคล
การวางแผนระยะเวลาในการทำ Ultraformer III อย่างเหมาะสม จะช่วยให้ผิวสามารถฟื้นฟูและสร้าง คอลลาเจน (Collagen) ได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ และช่วยคงความกระชับของผิวได้ยาวนานมากขึ้น
9. Ultraformer III เหมาะกับใคร?

1) ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย
เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยบริเวณแก้ม เหนียง และลำคอ รวมถึงผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวและปรับกรอบหน้าให้ดูชัดเจนมากขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือพักฟื้น
2) ผู้ที่ต้องการลดริ้วรอยและร่องลึก
ผู้ที่มีริ้วรอยหรือร่องลึกบนใบหน้า เช่น ร่องแก้ม ริ้วรอยรอบดวงตา หรือผิวที่เริ่มขาดความยืดหยุ่น สามารถใช้ Ultraformer III เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้าง คอลลาเจน (Collagen) และ อีลาสติน (Elastin) ทำให้ผิวดูเรียบเนียน กระชับ และอ่อนเยาว์มากขึ้น
3) ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าและกระชับสัดส่วน
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ดูเรียวและได้สัดส่วนมากขึ้น โดยการยกกระชับผิวร่วมกับการลดไขมันสะสมเฉพาะจุดบริเวณใบหน้า เช่น แก้มและเหนียง รวมถึงสามารถใช้ช่วยกระชับสัดส่วนในบริเวณลำตัว เช่น หน้าท้อง ต้นแขน และต้นขาได้
4) ผู้ที่ไม่ต้องการพักฟื้นนาน
สำหรับผู้ที่มีเวลาจำกัดและไม่สามารถหยุดพักฟื้นได้เป็นเวลานาน Ultraformer III ถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสม เพราะหลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน ทาครีม หรือแต่งหน้าได้ตามปกติ
5) ผู้ที่ไม่ต้องการทำศัลยกรรม
Ultraformer III เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัด หรือกังวลเกี่ยวกับการทำศัลยกรรม เนื่องจากเป็นเทคโนโลยียกกระชับที่ไม่ต้องเจาะผิว ไม่มีแผลภายนอก และไม่ทำลายผิวหนังชั้นบน
6) ผู้ที่เคยทำศัลยกรรมดึงหน้า และต้องการคงผลลัพธ์
สำหรับผู้ที่เคยผ่าตัดดึงหน้า ( Facelift ) มาก่อน Ultraformer III สามารถช่วยดูแลและคงผลลัพธ์ของการยกกระชับผิวให้ยาวนานมากขึ้น พร้อมช่วยชะลอการกลับมาของความหย่อนคล้อยในอนาคต
10. Ultraformer III มีข้อเสียไหม?

การทำ Ultraformer III ถือเป็นหัตถการยกกระชับผิวที่มีความปลอดภัยสูง และมีผลข้างเคียงค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับการรักษาแบบผ่าตัด อย่างไรก็ตาม ยังอาจมีผลข้างเคียงบางประการที่สามารถพบได้หลังทำหัตถการ ดังนี้
- รอยแดงหรือบวมชั่วคราว: หลังทำ Ultraformer III อาจมีอาการแดง บวม หรือรู้สึกตึงบริเวณที่ทำได้เล็กน้อย ซึ่งโดยทั่วไปมักดีขึ้นได้เองภายในไม่กี่ชั่วโมง หรือประมาณ 1-2 วัน นอกจากนี้บางรายอาจรู้สึกระบมหรือกดเจ็บเล็กน้อย ซึ่งมักค่อยๆ ดีขึ้นภายในประมาณ 3-4 วัน
- ความรู้สึกเจ็บระหว่างทำ: แม้ว่าระหว่างทำหัตถการจะสามารถทนได้ในคนส่วนใหญ่ แต่บางรายอาจมีความไวต่อความเจ็บมากกว่าปกติ โดยเฉพาะในบริเวณที่ผิวบางหรืออยู่ใกล้กระดูก อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปจะมีการทายาชาเฉพาะที่ก่อนทำ เพื่อช่วยลดความรู้สึกเจ็บและเพิ่มความสบายระหว่างทำหัตถการ
- ความไวของผิวเพิ่มขึ้น: หลังทำบางคนอาจรู้สึกว่าผิวบริเวณที่รักษาไวต่อการสัมผัสมากขึ้น หรือมีอาการตึงผิวเล็กน้อย ซึ่งมักเป็นเพียงชั่วคราวและสามารถหายได้เอง
- ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล: ผลลัพธ์ของ Ultraformer III อาจแตกต่างกันตามอายุ สภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย และการตอบสนองของร่างกาย โดยผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยค่อนข้างมาก อาจเห็นผลลัพธ์ได้ไม่ชัดเจนเท่าผู้ที่มีปัญหาน้อยกว่า และอาจจำเป็นต้องทำหลายครั้ง หรือใช้เทคโนโลยีอื่นร่วมด้วย
- การบาดเจ็บของเส้นประสาท: เป็นภาวะที่พบได้น้อยมาก อาจทำให้เกิดอาการชาหรือความรู้สึกผิดปกติชั่วคราวบริเวณที่ทำหัตถการ อย่างไรก็ตาม โดยส่วนใหญ่มักสามารถฟื้นตัวและหายได้เองภายในประมาณ 2-3 สัปดาห์
เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของผลข้างเคียงและเพิ่มความปลอดภัยในการรักษา ควรทำ Ultraformer III กับแพทย์ที่มีประสบการณ์ และเลือกใช้เครื่องแท้ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานอย่างเหมาะสม
11. ใครที่ไม่ควรทำ Ultraformer III?

แม้ว่า Ultraformer III จะเป็นหัตถการยกกระชับผิวที่มีความปลอดภัยสูง และไม่ต้องผ่าตัด แต่ยังมีบางกรณีที่ควรหลีกเลี่ยงหรือควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำหัตถการ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยในการรักษา
- ผู้ที่มีแผลหรือการติดเชื้อบริเวณผิวหน้า: ควรรักษาแผล การอักเสบ หรือการติดเชื้อให้หายดีก่อนทำ Ultraformer III เพื่อลดความเสี่ยงของการระคายเคืองและภาวะแทรกซ้อนหลังทำหัตถการ
- ผู้ที่มีโรคผิวหนังเรื้อรัง: เช่น โรคสะเก็ดเงิน ( Psoriasis ) หรือโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง ควรได้รับการประเมินและปรึกษาแพทย์ก่อนทำ เพื่อวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม
- ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์: แม้ว่า Ultraformer III จะเป็นการปล่อยพลังงานอัลตราซาวด์แบบโฟกัสเฉพาะจุด และไม่ได้ส่งผลต่อระบบร่างกายโดยรวม แต่ในปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลทางการแพทย์เพียงพอเกี่ยวกับผลกระทบต่อผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการทำหัตถการในช่วงนี้
- ผู้ที่เคยร้อยไหม: ควรรออย่างน้อยประมาณ 3-6 เดือน หลังการร้อยไหม เพื่อให้ผลลัพธ์เข้าที่และลดความเสี่ยงของการรบกวนตำแหน่งของไหม
- ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง: อาจมีการฟื้นฟูของผิวที่ช้ากว่าปกติ หรืออาจตอบสนองต่อการกระตุ้นคอลลาเจนได้ไม่เต็มที่ จึงควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ก่อนทำหัตถการ
ก่อนทำ Ultraformer III ทุกครั้ง ควรได้รับการประเมินสภาพผิวและซักประวัติทางการแพทย์อย่างละเอียด เพื่อช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยมากที่สุด
12. Ultraformer III มีข้อห้ามอะไรบ้าง?

หลังทำ Ultraformer III สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันที โดยไม่จำเป็นต้องพักฟื้น อย่างไรก็ตาม เพื่อช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ดี ลดการระคายเคือง และช่วยคงผลลัพธ์ของการยกกระชับผิวให้อยู่ได้นานขึ้น ควรปฏิบัติตัวหลังทำอย่างเหมาะสม ดังนี้
- หลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนกับผิว: ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อนสูงบริเวณใบหน้า เช่น การอบไอน้ำ การซาวน่า การแช่ออนเซ็น หรือการอยู่กลางแดดจัดในช่วงแรกหลังทำ เนื่องจากผิวอาจมีความไวต่อความร้อนมากกว่าปกติ
- งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารระคายเคืองสูง: เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ AHA, BHA หรือ Retinol ประมาณ 1-2 วันหลังทำ เนื่องจากผิวอาจมีความไวและระคายเคืองได้ง่ายในช่วงแรก
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ: การดื่มน้ำอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ดีขึ้น และช่วยเสริมกระบวนการสร้างคอลลาเจนหลังทำหัตถการ
- ใช้ครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ: เพื่อช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดริ้วรอยก่อนวัย การสูญเสียคอลลาเจน และความหย่อนคล้อยของผิว การทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอจึงช่วยให้ผลลัพธ์ของ Ultraformer III คงอยู่ได้นานและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การดูแลตัวเองหลังทำอย่างเหมาะสม ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผิวสามารถฟื้นฟูได้ดี และช่วยเสริมผลลัพธ์ของการยกกระชับผิวให้ชัดเจนและยาวนานมากขึ้น
13. ขั้นตอนการทำ Ultraformer III?

1) ก่อนทำ Ultraformer III
-
ประเมินสภาพผิวและวางแผนการรักษา: ก่อนเริ่มทำหัตถการ แพทย์จะประเมินสภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย และโครงสร้างใบหน้า รวมถึงพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาและผลลัพธ์ที่ต้องการ เพื่อวางแผนการรักษาและประเมินจำนวนช็อตที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล
ที่ The Neat Clinic by Dr. Shin นพ.ภาคิน ภาคย์ภิญโญ (คุณหมอชิน) ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง เป็นผู้ประเมิน ให้คำปรึกษา และทำหัตถการด้วยตนเองในทุกเคส
- ทำความสะอาดผิว: มีการทำความสะอาดผิวเพื่อขจัดสิ่งสกปรก เครื่องสำอาง และความมันส่วนเกินบนใบหน้า ก่อนเริ่มทำหัตถการ
- ทายาชา: ก่อนทำ Ultraformer III จะมีการแปะยาชาเฉพาะที่ประมาณ 40–60 นาที เพื่อช่วยลดความรู้สึกไม่สบายผิวระหว่างทำหัตถการ
2) ระหว่างทำ Ultraformer III
- ทาเจลอัลตราซาวนด์: มีการทาเจลอัลตราซาวนด์บนผิว เพื่อช่วยนำพลังงานจากหัวทิป (Transducer) ลงสู่ชั้นผิวและชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เลือกใช้หัวทิปให้เหมาะสม: หัวทิปของ Ultraformer III มีหลายระดับความลึก ซึ่งถูกออกแบบมาให้เหมาะกับแต่ละบริเวณของใบหน้าและลำตัว แพทย์จะเลือกใช้หัวทิปและระดับพลังงานให้เหมาะสมกับปัญหาผิวและผลลัพธ์ที่ต้องการ
- ระยะเวลาในการทำ: โดยทั่วไป ขั้นตอนการทำจะใช้เวลาประมาณ 30–60 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและจำนวนช็อตที่ใช้ในการรักษา
3) หลังทำ Ultraformer III
- ประเมินผลหลังทำ: หลังทำหัตถการ แพทย์จะประเมินผลลัพธ์เบื้องต้นทันที พร้อมแนะนำวิธีดูแลผิวอย่างเหมาะสม และนัดติดตามผลอีกครั้งประมาณ 1–2 เดือน หลังทำ เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงของผิวและผลลัพธ์โดยรวม
- การดูแลหลังทำ: ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเหมาะสม เช่น การทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ การหลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อน รวมถึงงดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมซึ่งอาจระคายเคืองผิวในช่วงแรกหลังทำ
14. Ultraformer III ราคาเท่าไหร่?

ค่าใช้จ่ายในการทำ Ultraformer III จะขึ้นอยู่กับจำนวนช็อต ( Shots ) ที่ใช้ในการรักษา ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินตามสภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย และผลลัพธ์ที่ต้องการของแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมและคุ้มค่ามากที่สุด
ที่ The Neat Clinic by Dr. Shin ราคา Ultraformer III มีรายละเอียดดังนี้
- 200 ช็อต: 5,900 บาท
- 400 ช็อต: 11,500 บาท
- 600 ช็อต: 16,500 บาท
- 800 ช็อต: 21,500 บาท
- 1,000 ช็อต: 25,900 บาท
จำนวนช็อตที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ ระดับความหย่อนคล้อยของผิว ปริมาณไขมันสะสม รวมถึงผลลัพธ์ที่ต้องการ จึงควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ก่อนเริ่มทำหัตถการทุกครั้ง
15. Ultraformer III ที่ไหนดี?

การเลือกสถานที่ทำ Ultraformer III ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลทั้งต่อประสิทธิภาพของผลลัพธ์ และความปลอดภัยในการรักษา เนื่องจากการยกกระชับผิวด้วยเทคโนโลยี HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) จำเป็นต้องอาศัยทั้งประสบการณ์ของแพทย์ ความเข้าใจด้านกายวิภาคของใบหน้า รวมถึงการใช้เครื่องแท้ที่ได้มาตรฐาน
ก่อนตัดสินใจทำ Ultraformer III ควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ ดังต่อไปนี้
- คลินิกได้มาตรฐานและมีใบอนุญาต: ควรเลือกคลินิกหรือสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง เพื่อช่วยให้มั่นใจในมาตรฐาน ความสะอาด และความปลอดภัยของการรักษา
- แพทย์มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์: การทำ Ultraformer III ควรทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ในการใช้เครื่องมือและมีความเข้าใจด้านโครงสร้างผิวหนังและกายวิภาคของใบหน้า เพื่อให้สามารถเลือกหัวทิป ปรับระดับพลังงาน และออกแบบการรักษาให้เหมาะสมกับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ใช้เครื่อง Ultraformer III ของแท้: ควรตรวจสอบว่าสถานพยาบาลใช้เครื่อง Ultraformer III ของแท้จากบริษัท Classys ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งสามารถตรวจสอบข้อมูลและสแกนยืนยันตัวเครื่องได้จากหน้าเครื่อง เพื่อช่วยเพิ่มความมั่นใจในประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการรักษา
- รีวิวและผลลัพธ์จากผู้ที่เคยรักษา: การศึกษาข้อมูลจากรีวิวของผู้ที่เคยทำ Ultraformer III กับคลินิกนั้นๆ จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์จริง ความน่าเชื่อถือของสถานพยาบาล รวมถึงประสบการณ์โดยรวมของผู้เข้ารับบริการ
- มีการนัดติดตามผลและดูแลหลังทำ: ควรเลือกคลินิกที่มีการติดตามผลหลังทำหัตถการ รวมถึงสามารถให้คำแนะนำและดูแลอย่างเหมาะสม หากเกิดปัญหาหรือมีข้อสงสัยหลังการรักษา
ที่ The Neat Clinic by Dr. Shin การทำ Ultraformer III จะได้รับการประเมินและวางแผนการรักษาโดยแพทย์ทุกเคส เพื่อช่วยให้ผลลัพธ์ของการยกกระชับผิวและปรับรูปหน้าออกมาดูเป็นธรรมชาติ เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้า และปลอดภัยมากที่สุด
16. Ultraformer III ของแท้ดูยังไง?
การตรวจสอบว่า Ultraformer III เป็นเครื่องแท้หรือไม่ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในทั้งประสิทธิภาพของผลลัพธ์และความปลอดภัยในการรักษา เนื่องจากเครื่องแท้จะสามารถปล่อยพลังงานได้อย่างแม่นยำ มีมาตรฐานการผลิตที่ได้รับการรับรอง และผ่านการควบคุมคุณภาพจากบริษัทผู้ผลิตโดยตรง
เครื่อง Ultraformer III ของแท้จากบริษัท Classys ประเทศเกาหลีใต้ จะมี Serial Number ติดอยู่บริเวณด้านข้างของตัวเครื่อง และมี QR Code อยู่บริเวณด้านข้างหน้าจอ ซึ่งสามารถสแกนเพื่อตรวจสอบข้อมูลของเครื่องได้
นอกจากนี้ คลินิกที่ใช้เครื่องแท้จะมีเอกสารรับรอง ( Certificate of Authenticity ) ที่ออกโดยบริษัทผู้ผลิต เพื่อช่วยยืนยันว่าเครื่องที่ใช้งานเป็นเครื่องแท้ที่นำเข้าอย่างถูกต้อง
ผู้เข้ารับบริการยังสามารถตรวจสอบรายชื่อคลินิกที่ใช้ Ultraformer III ของแท้ ผ่านทางเว็บไซต์ทางการของผู้นำเข้าในประเทศไทยได้อีกด้วย
ที่ The Neat Clinic by Dr. Shin สามารถตรวจสอบรายชื่อคลินิกได้ผ่านลิงก์ด้านล่างนี้
ตรวจสอบรายชื่อ The Neat Clinic by Dr. Shin บนเว็บไซต์ทางการ Ultraformer III Thailand
17. Ultraformer III กับ Ulthera ต่างกันยังไง?

Ultraformer III และ Ulthera ต่างเป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ใช้หลักการของ HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) หรือคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มสูงแบบโฟกัสเฉพาะจุดเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ทั้งสองเทคโนโลยียังมีรายละเอียดที่แตกต่างกันในหลายด้าน ทั้งเรื่องของเทคโนโลยี ระดับความลึกของพลังงาน ความรู้สึกระหว่างทำ รวมถึงผลลัพธ์และค่าใช้จ่ายในการรักษา
1) เทคโนโลยีที่ใช้
- Ultraformer III: ใช้เทคโนโลยี MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) ซึ่งพัฒนาต่อยอดจากเทคโนโลยี HIFU แบบดั้งเดิม ทำให้สามารถดูแลได้ทั้งการยกกระชับผิวและการสลายไขมันเฉพาะจุดภายในเครื่องเดียว
- Ulthera: ใช้เทคโนโลยี High-Intensity Focused Ultrasound (HIFU) ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการยกกระชับผิวโดยตรง ไม่ได้เน้นการสลายไขมัน แม้ว่าในบางกรณีอาจช่วยลดไขมันใต้คางหรือบริเวณเหนียงได้บ้าง
2) ระดับความลึกของพลังงาน
- Ultraformer III: มีหัวทิป ( Transducer ) ให้เลือกหลายระดับความลึก ได้แก่ 1.5 มม., 2.0 มม., 3.0 มม., 4.5 มม., 6.0 มม., 9.0 มม. และ 13.0 มม. ครอบคลุมทั้งการยกกระชับผิวและการสลายไขมัน
- Ulthera: มีระดับความลึกหลัก 3 ระดับ ได้แก่ 1.5 มม., 3.0 มม. และ 4.5 มม. ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อการยกกระชับผิวโดยเฉพาะ
3) ความเจ็บและความสบายระหว่างทำ
- Ultraformer III: โดยทั่วไปจะรู้สึกสบายผิวมากกว่า เนื่องจากพลังงานถูกปล่อยออกมาในลักษณะจุดโฟกัสขนาดเล็กอย่างละเอียด
- Ulthera: มักรู้สึกเจ็บมากกว่า เนื่องจากใช้การโฟกัสพลังงานที่เข้มข้นและลงลึกกว่าในบางบริเวณ
4) ระยะเวลาในการทำ
- Ultraformer III: ใช้เวลาน้อยกว่าเมื่อเทียบจำนวนช็อตที่เท่ากัน โดยทั่วใบหน้าและลำคอใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที
- Ulthera: ใช้เวลาทำนานกว่า โดยทั่วใบหน้าและลำคอใช้เวลาประมาณ 60-90 นาที
5) ผลลัพธ์และความคงทน
- Ultraformer III: ผลลัพธ์โดยทั่วไปสามารถคงอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน
- Ulthera: ผลลัพธ์อาจอยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองหลังทำ
6) ความคุ้มค่าและค่าใช้จ่าย
- Ultraformer III: มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า โดยทั่วไปประมาณ 2-3 เท่า เมื่อเทียบกับ Ulthera ในจำนวนช็อตที่ใกล้เคียงกัน
- Ulthera: มีราคาสูงกว่า เนื่องจากเป็นเทคโนโลยี HIFU รุ่นแรกที่ได้รับความนิยมในระดับสากล
7) ประเทศผู้ผลิต
- Ultraformer III: ผลิตโดยบริษัท Classys ประเทศเกาหลีใต้
- Ulthera: เดิมพัฒนาโดยบริษัท Ulthera ประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันอยู่ภายใต้บริษัท Merz Pharmaceuticals ประเทศเยอรมนี และทำการตลาดในชื่อ Ultherapy
8) มาตรฐานการรับรอง
- Ultraformer III: ได้รับการรับรองในหลายประเทศ เช่น CE Marking ในยุโรป, MFDS ของเกาหลีใต้ รวมถึงการรับรองจาก อย. ประเทศไทย
- Ulthera: มีชื่อเสียงในฐานะเทคโนโลยี HIFU ต้นตำรับที่ได้รับการยอมรับในวงการความงามระดับสากล โดยได้รับการรับรองจาก U.S. FDA , CE Marking , MFDS รวมถึง อย. ประเทศไทย
โดยสรุป Ultraformer III เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทั้งการยกกระชับผิวและการลดไขมันเฉพาะจุด พร้อมความคุ้มค่าและความสบายระหว่างทำ ในขณะที่ Ulthera เหมาะกับผู้ที่เน้นการยกกระชับผิวโดยเฉพาะ และต้องการผลลัพธ์ที่คงอยู่ได้นานมากขึ้น
18. Ultraformer III กับ Thermage ต่างกันยังไง?

Ultraformer III และ Thermage เป็นสองเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน แม้ว่าทั้งสองจะช่วยเรื่องความกระชับของผิวและการลดความหย่อนคล้อยได้เช่นเดียวกัน แต่หลักการทำงาน ระดับความลึกของพลังงาน รวมถึงผลลัพธ์ที่ได้ยังมีความแตกต่างกันในหลายด้าน
1) เทคโนโลยีที่ใช้
- Ultraformer III: ใช้เทคโนโลยี MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) ซึ่งเป็นการปล่อยคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มสูงแบบโฟกัสเฉพาะจุด ( HIFU )
- Thermage: ใช้เทคโนโลยี Monopolar RF (Radiofrequency) หรือคลื่นวิทยุความถี่สูง ที่ส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวเพื่อกระตุ้นการหดตัวของคอลลาเจน
2) ลักษณะการปล่อยพลังงาน
- Ultraformer III: พลังงานจะถูกโฟกัสเป็นจุดเล็กๆ หลายจุดเรียงต่อกันในลักษณะ Linear Array ทำให้สามารถลงลึกได้อย่างแม่นยำ
- Thermage: พลังงานจะถูกปล่อยออกมาในลักษณะ Bulk Heating ทำให้เกิดความร้อนในชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิวอย่างต่อเนื่อง
3) ระดับความลึกของพลังงาน
- Ultraformer III: มีหัวทิป ( Transducer ) หลายระดับความลึก ได้แก่ 1.5 มม., 2.0 มม., 3.0 มม., 4.5 มม., 6.0 มม., 9.0 มม. และ 13.0 มม. ครอบคลุมทั้งการยกกระชับผิวและการสลายไขมัน
- Thermage: มีหัวทิปหลักที่ปล่อยพลังงานได้ลึกประมาณ 3.0-4.0 มม. ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวตื้นและชั้นไขมันใต้ผิวระดับตื้น แต่ไม่สามารถลงลึกถึงชั้น SMAS ได้
4) ผลลัพธ์ที่ได้
- Ultraformer III: ช่วยยกกระชับผิวทั้งในชั้นตื้นและชั้นลึก รวมถึงช่วยสลายไขมันสะสมเฉพาะจุด เช่น เหนียงและแก้ม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- Thermage: เหมาะสำหรับการกระชับผิว ลดริ้วรอย และฟื้นฟูคุณภาพผิว เช่น รอบดวงตา หน้าผาก และผิวชั้นตื้น รวมถึงช่วยลดไขมันชั้นตื้นได้บางส่วน
5) ความเจ็บและความสบายระหว่างทำ
- Ultraformer III: โดยทั่วไปจะรู้สึกเจ็บเล็กน้อยถึงปานกลาง และมักมีการทายาชาก่อนทำ
- Thermage: อาจรู้สึกเจ็บหรือร้อนใต้ผิวในระดับปานกลาง เนื่องจากเป็นการปล่อยพลังงานความร้อนต่อเนื่องในชั้นผิวลึก
6) ระยะเวลาในการทำ
- Ultraformer III: ใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที สำหรับทั่วใบหน้าและลำคอ
- Thermage: ใช้เวลาประมาณ 45-90 นาที สำหรับทั่วใบหน้าและลำคอ
7) ผลลัพธ์และความคงทน
- Ultraformer III: ผลลัพธ์โดยทั่วไปสามารถคงอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน
- Thermage: ผลลัพธ์อาจอยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลหลังทำ
8) ประเทศผู้ผลิต
- Ultraformer III: ผลิตโดยบริษัท Classys ประเทศเกาหลีใต้
- Thermage: ผลิตโดยบริษัท Solta Medical ประเทศสหรัฐอเมริกา
9) มาตรฐานการรับรอง
- Ultraformer III: ได้รับการรับรองในหลายประเทศ เช่น CE Marking , MFDS ของเกาหลีใต้ และ อย. ประเทศไทย
- Thermage: ได้รับการรับรองจาก U.S. FDA , CE Marking , MFDS รวมถึง อย. ประเทศไทย
โดยสรุป Ultraformer III เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทั้งการยกกระชับผิวและการลดไขมันสะสมเฉพาะจุด ในขณะที่ Thermage เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิว ลดริ้วรอย และเพิ่มความกระชับของผิวในชั้นตื้นอย่างต่อเนื่อง
19. Ultraformer III กับ HIFU ต่างกันยังไง?

Ultraformer III ใช้เทคโนโลยี MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) ซึ่งเป็นการพัฒนาและต่อยอดจากเทคโนโลยี HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) แบบดั้งเดิม ทำให้สามารถควบคุมระดับพลังงาน ความลึก และการปล่อยพลังงานได้อย่างละเอียดและสม่ำเสมอมากขึ้น
ด้วยการออกแบบระบบพลังงานที่แม่นยำมากขึ้น Ultraformer III จึงสามารถช่วยยกกระชับผิว ลดความหย่อนคล้อย และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมช่วยลดความรู้สึกไม่สบายผิวระหว่างทำหัตถการได้ดีกว่า HIFU ทั่วไปในหลายกรณี
ความแตกต่างระหว่าง Ultraformer III และ HIFU ทั่วไป มีดังนี้
- HIFU ทั่วไป: มักมีระดับความลึกหลักเพียง 1.5 มม., 3.0 มม. และ 4.5 มม. ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อการยกกระชับผิวเป็นหลัก และยังมีข้อจำกัดในการดูแลไขมันสะสมในชั้นลึก
- Ultraformer III: มีการพัฒนาหัวทิป ( Transducer ) กลุ่ม Macro-Focused Ultrasound เพิ่มเติม ได้แก่ หัว 6.0 มม., 9.0 มม. และ 13.0 มม. ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อช่วยสลายไขมันสะสมใต้ผิวโดยเฉพาะ
- ผลลัพธ์ของ Ultraformer III: สามารถดูแลได้อย่างครอบคลุม ทั้งการ ยกกระชับผิว ลดความหย่อนคล้อย ปรับรูปหน้า และสลายไขมันเฉพาะจุด ภายในเครื่องเดียว
บทสรุป
Ultraformer III เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ที่ใช้พลังงาน MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) ในการส่งคลื่นอัลตราซาวด์ลงสู่ชั้นผิวและชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวอย่างแม่นยำ เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้าง คอลลาเจน (Collagen) และ อีลาสติน (Elastin) ขึ้นใหม่
พลังงานสามารถลงลึกถึงชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นสำคัญในการยกกระชับใบหน้า จึงช่วยลดความหย่อนคล้อย ปรับกรอบหน้าให้ชัดขึ้น และทำให้ผิวดูแน่นกระชับมากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
นอกจากนี้ ยังสามารถปรับระดับความลึกและพลังงานได้หลายระดับ ทำให้เหมาะสำหรับทั้งการ ยกกระชับผิว ปรับรูปหน้า และสลายไขมันเฉพาะจุด ได้ภายในเครื่องเดียว
โดยทั่วไป หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น มีผลข้างเคียงค่อนข้างน้อย และผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล





