Ultraformer

06/05/2025

Oligio เป็นเครื่อง Monopolar RF ที่ได้รับพูดถึงอย่างมาก ในเรื่องประสิทธิภาพของการยกกระชับผิว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน โดยไม่มีแผลและไม่ต้องพักฟื้น บทความนี้จะพามาเจาะลึกรายละเอียดว่า Oligio คืออะไร ช่วยเรื่องอะไรบ้าง กี่เดือนเห็นผล รวมถึงข้อมูลที่น่าสนใจอื่นๆ เช่นเหมือนหรือแตกต่างกับ Thermage อย่างไร

1. Oligio คืออะไร?

Oligio คือเครื่องยกกระชับผิว ที่ใช้เทคโนโลยีคลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF (Radiofrequency) ในการส่งคลื่นวิทยุลงไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) โดยพลังงาน RF นี้จะเปลี่ยนเป็นความร้อน แล้วทำให้เกิดการหดตัวของคอลลาเจน และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ การทำ Oligio จึงช่วยให้ผิวดูเรียบเนียน ลดริ้วรอยในชั้นผิว และช่วยกระชับรูขุมขน นอกจากนี้ยังช่วยสลายไขมันตื้นๆ (Subdermal Fat) ในชั้นใต้ผิวอีกด้วย

2. Oligio ทำงานยังไง?

หลักการทำงานของ Oligio คือการส่งคลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF ลงไปในชั้นผิวหนังแท้ ลึกลงไปจนถึงชั้นใต้ผิว โดยไม่ทำลายผิวหนังชั้นนอก คลื่น RF จะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนที่อุณหภูมิประมาณ 40-60 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นช่วงอุณหภูมิที่มีผลในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ และช่วยให้คอลลาเจนที่มีอยู่เดิมหดตัว Oligio จึงทำให้เกิดการยกกระชับผิวในทันที ประมาณ 15-20% และเห็นผลลัพธ์ต่อเนื่องในระยะยาว

3. Oligio ดีไหม? ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

- ช่วยกระชับผิว แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย
- ลดเลือนริ้วรอยในชั้นผิว
- ทำให้รูขุมขนเล็กลง
- ปรับรูปหน้าให้กระชับและดูเรียวขึ้น เช่น บริเวณแก้ม เหนียง
- ฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง ช่วยให้ผิวดูสดใสอ่อนเยาว์ขึ้น
- สลายไขมันใต้ชั้นผิว

4. Oligio ควรทำกี่ช็อต?

จำนวนช็อตในการทำ Oligio ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัญหาที่ต้องการแก้ไข โดยทั่วไปแล้ว สำหรับการทำทั่วใบหน้า อาจต้องใช้จำนวนช็อตตั้งแต่ 600 ถึง 1,200 ช็อต ส่วนการทำเฉพาะบริเวณ สามารถใช้จำนวนช็อต ดังนี้
- แก้ม: 400-600 ช็อต (รวม 2 ข้าง)
- เหนียง: 200-300 ช็อต
- หน้าผาก: 150 -200 ช็อต
- ลำคอ: 300-400 ช็อต
จำนวนช็อตอาจปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนทำ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละบุคคลมากที่สุด

5. Oligio กี่เดือนเห็นผล?

หลังทำทันที เห็นผลลัพธ์เบื้องต้นประมาณ 15-20% ซึ่งเป็นผลจากพลังงาน RF ที่ไปกระตุ้นให้เกิดการหดตัวของคอลลาเจนที่มีอยู่เดิมในผิว
2-3 เดือนหลังทำ จะเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนที่สุดเพราะเป็นช่วงที่คอลลาเจนถูกสร้างขึ้นใหม่อย่างเต็มที่

6. Oligio อยู่ได้นานแค่ไหน?

ผลลัพธ์ของการทำ Oligio สามารถอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลหลังทำของแต่ละบุคคล การดูแลผิวอย่างเหมาะสม เช่น การทาครีมบำรุงผิว และการใช้ครีมกันแดด จะช่วยยืดอายุผลลัพธ์ให้ยาวนานขึ้น

7. Oligio ควรทำบ่อยแค่ไหน?

การทำ Oligio ควรทำซ้ำทุก 6-12 เดือน เพื่อรักษาผลลัพธ์ (Maintenance)ให้คงอยู่ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยประเมิน และให้คำแนะนำเรื่องความถี่ในการทำ โดยสามารถปรับให้เหมาะสมกับสภาพผิว อายุ และความหย่อนคล้อยของแต่ละบุคคลได้ ทั้งนี้การทำ Oligio เป็นการปล่อยพลังงาน RF ซึ่งเป็นพลังงานทางกายภาพ ลงสู่ชั้นผิว โดยไม่ทำให้เกิดแผล จึงไม่มีสารเคมีตกค้าง ไม่ทำให้เกิดการดื้อยาในระยะยาวแต่อย่างใด

8. Oligio เจ็บไหม? ต้องทายาชาไหม?

ความเจ็บขณะทำ Oligio มีน้อยมาก ส่วนใหญ่จะรู้สึก"อุ่นๆ" หรือมีอาการ"จี๊ดๆ" เล็กน้อย ในบริเวณที่ทำ ซึ่งอยู่ในระดับที่สามารถทนได้ และไม่จำเป็นต้องแปะยาชาก่อนทำ นอกจากนี้ Oligio ยังมีระบบควบคุมที่ช่วยลดอาการเจ็บ ดังนี้
- ระบบ OSCA™ (Optimal Shot Control Algorithm) คลื่น RF ที่ปล่อยออกมาจะถูกควบคุมให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย และไม่ทำให้เกิดความร้อนสูงเกินไปจนเป็นอันตรายต่อผิว
- ระบบ Cooling System ในการปล่อยไอเย็น ออกมาเป็นระยะ (ปล่อยไอเย็น 4 ครั้ง ต่อการยิง 1 ช็อต วนไปเรื่อยๆ) จึงช่วยให้รู้สึกสบายผิวขณะทำ
- ระบบ Handpiece Vibration เป็นการสั่นของหัวทิปขณะทำ ที่ช่วยให้รู้สึกเจ็บน้อยลง

9. Oligio เหมาะกับใคร?

- ผู้ที่มีริ้วรอยในชั้นผิว เช่น รอบดวงตา หน้าผาก ลำคอ
- ผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย เล็กน้อยถึงปานกลาง
- ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสภาพผิวให้ดูอ่อนเยาว์
- ผู้ที่ต้องการลดไขมันใต้ชั้นผิว เช่น บริเวณแก้ม เหนียง
- ผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้า โดยยังไม่อยากผ่าตัด

10. Oligio มีข้อเสียไหม?

แม้ว่า Oligio จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มีข้อที่ควรพิจารณา ดังนี้
- ผลลัพธ์ไม่ถาวร โดยปกติจะอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน จึงจำเป็นต้องทำซ้ำเพื่อรักษาผลลัพธ์
- ผลข้างเคียง เช่น รอยแดง หรือบวม ซึ่งมักจะหายได้เอง ภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน
- ผลลัพธ์ไม่ชัดเจนทันที อาจต้องใช้เวลา 2-3 เดือน เพื่อให้เห็นผลลัพธ์เต็มที่ เพราะการสร้างคอลลาเจนใหม่ ต้องใช้เวลา

11. ใครที่ไม่ควรทำ Oligio?

ผู้ที่ไม่ควรทำ Oligio ได้แก่
- ผู้ที่มีอุปกรณ์โลหะในร่างกาย เช่น ข้อต่อโลหะ แผ่นโลหะยึดกระดูก เพราะโลหะเหล่านี้อาจเป็นสื่อนำไฟฟ้า และทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้
- ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Cardiac Pacemaker) เนื่องจาก Oligio ปล่อยพลังงาน Monopolar RF ที่อาจรบกวนการทำงานของอุปกรณ์ได้
- หญิงตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับผลกระทบในกลุ่มนี้
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหนังอักเสบในบริเวณที่จะทำ ควรรักษาให้หายดีก่อน เนื่องจากการทำ Oligio อาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบมากขึ้น
- ผู้ที่มีแผลเปิดหรือแผลสดในบริเวณที่จะทำ เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อ หรือทำให้แผลหายช้าได้
- ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับการสร้างคอลลาเจนผิดปกติ เช่น โรค Scleroderma หรือภาวะ Ehlers-Danlos Syndrome (EDS) เพราะอาจทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

12. Oligio มีข้อห้ามอะไรบ้าง?

ข้อห้ามก่อนการทำ Oligio
- งดการใช้ยาที่ทำให้ผิวไวต่อแดด ควรงดผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ AHA หรือ Retinol ก่อนทำอย่างน้อย 1 สัปดาห์
- งดทำทรีทเมนต์ที่ทำให้ผิวบาง เช่น การลอกผิวด้วยสารเคมี (Chemical Peeling) ก่อนทำ Oligio อย่างน้อย 1 สัปดาห์
- งดดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่ อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนการทำ

ข้อห้ามหลังการทำ Oligio
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับความร้อนจัดหรือเย็นจัด เช่น การซาวน่า หรือการออกกำลังกายหนัก ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังทำ
- งดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวไวต่อแดด หลังทำ Oligio อย่างน้อย 1 สัปดาห์

13. ขั้นตอนการทำ Oligio?

ก่อนทำ
- ประเมินสภาพผิว และปัญหาความหย่อนคล้อย โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
- เช็ดเครื่องสำอาง และทำความสะอาดผิว
- ไม่จำเป็นต้องแปะยาชาก่อนทำ
ระหว่างทำ
- ทาเจลซึ่งเป็นตัวนำ คลื่น RF ในบริเวณที่จะทำ
- ใช้เวลาทำ Oligio ประมาณ 20-60 นาที ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตที่ใช้
หลังทำ
- ทำความสะอาดผิวอีกครั้ง
- ทาครีมบำรุงผิว เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น และใช้ครีมกันแดด

14. Oligio ราคาเท่าไหร่?

ราคาของการทำ Oligio แตกต่างกันไปตามจำนวนช็อตที่ใช้ ที่ The Neat Clinic by Dr.Shin มีโปรโมชั่น ดังนี้
- 300 ช็อต:
(ราคาปกติ ...)
- 600 ช็อต:
(ราคาปกติ ...)
- 900 ช็อต:
(ราคาปกติ ...)
- 1,200 ช็อต:
(ราคาปกติ ...)
*จำนวนช็อตข้างต้น สามารถเลือกทำบริเวณใดก็ได้ ทั้งนี้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะให้คำปรึกษาและช่วยแนะนำจำนวนช็อตที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามความต้องการของแต่ละบุคคล

15. Oligio กับ Thermage ต่างกันยังไง?

1) เทคโนโลยีที่ใช้
- Oligio: คลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF (Radiofrequency)
- Thermage: คลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF (Radiofrequency) เช่นเดียวกัน
2) ระดับความลึกของพลังงาน
- Oligio: พลังงาน Monopolar RF ลงลึกได้ประมาณ 2.0-2.5 มม.
- Thermage: ลงลึกได้ประมาณ 2.0-2.5 มม. เช่นเดียวกัน
3) ผลลัพธ์ที่ได้
- Oligio: เน้นการกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิว และสลายไขมันตื้นๆใต้ชั้นผิว (Subdermal Fat)
- Thermage: ผลลัพธ์เช่นเดียวกัน
4) ความเจ็บขณะทำ
- Oligio: ระดับความเจ็บน้อย
- Thermage: ระดับความเจ็บใกล้เคียงกับ Oligio
5) ระยะเวลาในการทำ
- Oligio: ใช้เวลาน้อยกว่า เมื่อเทียบจำนวนช็อตที่เท่ากัน
- Thermage: ใช้เวลามากกว่า
6) ระยะเวลาของผลลัพธ์
- Oligio: อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน
- Thermage: อยู่ได้ประมาณ 12-18 เดือน
7) ราคาและความคุ้มค่า
- Oligio: ราคาย่อมเยากว่า
- Thermage: ราคาสูงกว่า แต่ให้ผลลัพธ์นานกว่า
8) ประเทศผู้ผลิต
- Oligio: บริษัท Wontech ประเทศเกาหลีใต้
- Thermage: บริษัท Solta Medical ประเทศสหรัฐอเมริกา
9) มาตรฐานการรับรอง
- Oligio: ได้รับการรับรองจาก U.S. FDA ของสหรัฐอเมริกา, CE Marking ในยุโรป, MFDS ของเกาหลีใต้ รวมถึง อย.ของประเทศไทย
- Thermage: ได้รับการรับรองเช่นเดียวกับ Oligio
10) เปิดตัวครั้งแรก
- Oligio: ค.ศ.2021
- Thermage: ค.ศ.2009 (รุ่น CPT) และ 2018 (รุ่น FLX)

16. Oligio กับ Ultraformer ต่างกันยังไง?

1) เทคโนโลยีที่ใช้
Oligio: คลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF (Radiofrequency)

Ultraformer III: คลื่นอัลตราซาวนด์แบบ MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound)
2) ระดับความลึกของพลังงาน
Oligio: ลงลึกได้ที่ระดับ 2.0-2.5 มม.
Ultraformer III: ลงลึกได้ ตั้งแต่ 1.5 -13.0 มม. ขึ้นกับชนิดของหัวทิป Transducer ที่เลือกใช้
3) ผลลัพธ์ที่ได้
Oligio: เน้นการกระชับผิว ลดเลือนริ้วรอย และสลายไขมันตื้นๆใต้ชั้นผิว (Subdermal Fat)
Ultraformer III: เน้นการยกกระชับใบหน้า โดยเฉพาะชั้น SMAS นอกจากนี้ย้งช่วยสลายไขมันเฉพาะจุดในชั้นลึก และกระชับสัดส่วน
4) ความเจ็บขณะทำ
Oligio: เจ็บน้อยกว่า มักจะรู้สึกอุ่นๆขณะทำ ไม่จำเป็นต้องทายาชา
Ultraformer III: เจ็บมากกว่า เนื่องจากพลังงานลงลึก ควรแปะยาชาก่อนทำ
5) ระยะเวลาในการทำ
Oligio: ประมาณ 25-45 นาที ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตที่ใช้
Ultraformer III: ประมาณ 30-45 นาที ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตที่ใช้
6) ระยะเวลาของผลลัพธ์
Oligio: อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน
Ultraformer III: อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลหลังทำและสภาพผิวของแต่ละบุคคล
7) ประเทศผู้ผลิต
Oligio: บริษัท Wontech ประเทศเกาหลีใต้
Ultraformer III: บริษัท Classys ประเทศเกาหลีใต้
8) มาตรฐานการรับรอง
Oligio: ได้รับการรับรองจาก U.S. FDA ของสหรัฐอเมริกา, CE Marking ในยุโรป, MFDS ของเกาหลีใต้ รวมถึง อย.ของประเทศไทย
Ultraformer III: CE Marking ในยุโรป, MFDS ของเกาหลีใต้ รวมถึง อย.ของประเทศไทย

17. Oligio กับ Ultherapy ต่างกันยังไง?

1) เทคโนโลยีที่ใช้
Oligio: คลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF (Radiofrequency)
Ultherapy: คลื่นอัลตราซาวนด์ แบบ MFU-V (Micro-focused Ultrasound with Visualization)
2) ระดับความลึกของพลังงาน
Oligio: พลังงาน RF ลงลึกได้ประมาณ 2.0-2.5 มม. เน้นการกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิว และสลายไขมันตื้นๆใต้ชั้นผิว (Subdermal Fat)
Ultherapy: พลังงานลงลึกได้ 1.5 มม., 3.0 มม., และ 4.5 มม. ตามชนิดของหัวทิป Transducer ที่เลือกใช้ โดยหัว 4.5 มม. จะลงไปถึงชั้น SMAS
3) ผลลัพธ์ที่ได้
Oligio: เน้นการกระชับผิว ลดริ้วรอย ช่วยให้รูขุมขนเล็กลง และสลายไขมันตื้นๆ
Ultherapy: เน้นการยกกระชับใบหน้า โดยเฉพาะชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า
4) ความเจ็บขณะทำ
Oligio: เจ็บน้อยกว่า มักจะรู้สึกอุ่นๆขณะทำ ไม่จำเป็นต้องทายาชา
Ultherapy: เจ็บมากกว่า เนื่องจากพลังงานโฟกัสลึกถึงชั้น SMAS ควรแปะยาชาก่อนทำ
5) ระยะเวลาในการทำ
Oligio: ใช้เวลาน้อยกว่า (ประมาณ 25-45 นาที ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตที่ใช้)
Ultherapy: ใช้เวลามากกว่า (ประมาณ 45-90 นาที ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตที่ใช้)
6) ระยะเวลาของผลลัพธ์
Oligio: อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน
Ultherapy: อยู่ได้ประมาณ 12-18 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลหลังทำ และสภาพผิวของแต่ละบุคคล
7) ประเทศผู้ผลิต
Oligio: บริษัท Wontech ประเทศเกาหลีใต้
Ultherapy: บริษัท Merz Aesthetics ประเทศสหรัฐอเมริกา
8) มาตรฐานการรับรอง
Oligio: ได้รับการรับรองจาก U.S. FDA ของสหรัฐอเมริกา, CE Marking ในยุโรป, MFDS ของเกาหลีใต้ รวมถึง อย.ของประเทศไทย
Ultherapy: ได้รับการรับรองเช่นเดียวกับ Oligio

บทสรุป

Oligio เป็นเทคโนโลยีการยกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF ที่มีประสิทธิภาพ ในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และคงความอ่อนเยาว์ของผิว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับสภาพผิว ลดเลือนริ้วรอย และสลายไขมันในชั้นใต้ผิว การทำ Oligio ด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้การรักษาปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

คำถามที่พบบ่อย

Oligio เป็นสิวทำได้ไหม?


Oligio ของแท้ ดูยังไง?


ฉีด Filler ทำ Oligio ได้ไหม?


หลังทํา Oligio ฉีดโบท็อกซ์ได้ไหม?


เคยร้อยไหม ทำ Oligio ได้ไหม?


Oligio มีกี่หัว?


Oligio ปลอดภัยแค่ไหน?

There are no posts on the list.